Browsing รถหรู's Archives »»

รู้จักระบบเบรค ABS(2)

no comment Posted by admin

รู้จักระบบเบรค ABS ให้ถ่องแท้ ตอนที่ 2
เอบีเอสไม่ได้ช่วยให้ปลอดภัยขึ้นเสมอ
มิได้หมายความว่า การขับรถยนต์ที่มีเอบีเอสแล้วเบรกจะไม่ชน หรือมีระยะเบรกสั้นกว่า ไม่มีเอบีเอส เพราะในการเบรกตามปกติที่เอบีเอสไม่ได้ทำงานควบคุมแรงดันน้ำมันเบรก ประสิทธิภาพและระยะเบรก ต้องขึ้นอยู่กัยระบบเบรกพื้นฐานเท่านั้น

เมื่อต้องเบรกแล้วเอบีเอสทำงาน ก็มิได้มีระยะเบรกสั้นลงเสมอไป ต้องเกี่ยวข้องกับ สภาพของเส้นทางด้วย คล้ายกับคนวิ่งบนถนนฝืดแล้วหยุดซอยเท้าในทันที การลื่นไถลอาจมีน้อยและได้ระยะสั้น การเบรกส่วนใหญ่การควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกของเอบีเอสไม่ค่อยมีโอกาสได้ทำงาน บางครั้ง 1 เดือน เอบีเอสไม่ได้แผลงฤทธิ์เลยก็มี ถ้าไม่ได้มีการเบรกไม่ปกติ ในสถานการณ์ข้างต้น

ระบบ และชิ้นส่วน
เอบีเอสมีพื้นฐานการทำงานหลักจากการทำงานของ 3 หน่วยหลัก (แต่มีเกิน 3 ชิ้นในรถยนต์ 1 คัน) คือ ใช้ หน่วยควบคุมแรงดันน้ำมันเบรก (หน่วยควบคุมไฮดรอลิก HYDRAULIC CONTROL UNIT) เฉพาะเมื่อมีการเบรกในสถานการณ์ข้างต้น โดยติดตั้งแทรกอยู่ระหว่าง ท่อน้ำมันเบรกหลังออกจากแม่ปั๊มเบรกตัวบน ก่อนส่งเข้าสู่กระบอกเบรกทั้ง 4 ล้อ แทนที่จะปล่อยให้น้ำมันเบรกส่งแรงดันไปเต็มที่เมื่อมีการเบรกอย่างรุนแรง-กะทันหัน โดยจะสลับทั้งเพิ่มและลดแรงดันน้ำมันเบรกสลับกันถี่ ๆ ด้วยการควบคุมและสั่งงานจาก หน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ (ELECTRONIC CONTROL UNIT) ซึ่งรับสัญญาณ มาประมวลผลจาก เซ็นเซอร์ (PULSE SENSOR) บริเวณแกนล้อ หรือเพลากลาง ซึ่งทำหน้าที่จับการหมุนของล้อ

เอบีเอสมีการทำงานบางส่วนตลอดการขับรถยนต์ แต่บางส่วนทำงานแค่บางครั้ง คือ มีการส่งสัญญาณเซ็นเซอร์ไปยังหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์อยู่ตลอดเวลา เพื่อประมวลผลว่า ในตอนนั้นหน่วยควบคุมไฮดรอลิกควรจะมีการทำงานลด-เพิ่มแรงกันของน้ำมันเบรก สลับกันถี่ ๆ เพื่อคลายแรงกดของผ้าเบรคลง เพื่อป้องกันล้อล็อกหรือไม่ ถ้าล้อใด ๆ
จะมีการล็อก หน่วยควบคุม

ไฮดรอลิกที่รับคำสั่งจากหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ จึงจะทำงานลด-เพิ่มแรงดันน้ำมันเบรก โดยระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์จะมีการตรวจสอบความผิดปกติของทั้งระบบอยู่ตลอดเวลา โดยมีการแสดงไฟสัญญาณบนแผงหน้าปัด ไฟจะสว่างขึ้นในช่วงหลังการบิดกุญแจก่อน สตารต์เครื่องยนต์ในช่วงแรก และดับลงหลังจากนั้นประมาณ 5 วินาที แล้วดับตลอดการขับ ถ้าในขณะขับรถยนต์แล้วมีไฟเอบีเอสสว่างขึ้นมา แสดงว่าในตอนนั้นมีส่วนใด ๆ ของเอบีเอสบกพร่อง แต่ส่วนใหญ่มักยังมีระบบเบรกพื้นฐานใช้งานตามปกติ ให้ใช้งานรถยนต์ด้วยความระมัดระวังและควรนำรถยนต์เข้ารับการซ่อมแซม โดยที่การบกพร่องนั้นมีหลายระดับ มิใช่ต้องเสียหรือต้องเปลี่ยนทั้งระบบเสมอไป บางครั้งแค่เซ็นเซอร์บางตัวเสียหรือสกปรก ก็เกิดปัญหาขึ้นได้

แชนแนล เซ็นเซอร์
นอกจากพื้นฐานของเอบีเอส ที่ต้องมี 3 หน่วยหลัก คือ หน่วยควบคุมไฮดรอลิก หน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ และเซ็นเซอร์ ยังมีรายละเอียดปลีกย่อย เช่น ต้องมีวาล์ว ช่วยกระจายแรงดันน้ำมันเบรก หรือต้องมีวงจรการควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกอย่างไร แชนแนล (CHANNAL) และมีกี่เซ็นเซอร์ (PULSE SENSOR) ในรถยนต์ 1 คัน ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะมีไม่น้อยกว่า 3 แชนแนล 3 เซ็นเซอร์ คือ มี 2 ล้อหน้าอิสระ แล้วค่อยเลือกกำหนดว่าจะรวมแชนแนลกันหรืออิสระในล้อคู่หลัง

แชนแนล คือ วงจรของน้ำมันเบรก อันหมายถึง การมีท่อต่อเชื่อมเนื้อน้ำมันเบรก ไหลเป็นท่อเดียวกัน ก็ถือว่าเป็น 1 แชนแนล ถ้าคลายแรงดันก็จะคลายพร้อมกัน ถ้าเพิ่มก็เพิ่มพร้อมกัน เช่น ถ้าเป็นแชนแนลเดียวกัน มีการควบคุมแรงดันน้ำมันเบรก พร้อมกันในล้อซ้าย-ขวา ไม่ว่ากำลังจะเกิดการล็อกในล้อใดล้อหนึ่ง ก็จะมีการคง-ลดแรงดัน น้ำมันเบรกทั้ง 2 ล้อพร้อมกัน ทั้งที่ล้ออีกข้างไม่เสี่ยงต่อการล็อก ระยะเบรกจึงอาจจะ ยาวขึ้นกว่าการควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกเฉพาะล้อกำลังจะเกิดการล็อก
ดังนั้น ถ้าแยกแชนแนลกันอย่างอิสระย่อมดีกว่า

เอบีเอสส่วนใหญ่มี 3 แบบ หรือ 4 แชนแนล โดยมีการแยกล้อหน้าซ้าย-ขวา เป็นอย่างละ
2 แชนแนลอิสระต่อกัน เพราะระบบเบรกล้อหน้าต้องรับภาระมากกว่า จากการถ่ายเท น้ำหนักลงสู่ด้านหน้า เมื่อมีการเบรก จึงควรมีการควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกแยกจากกัน ล้อไหนกำลังล็อก ก็ควรควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกเฉพาะล้อนั้นเท่านั้น ดังนั้น
ในล้อคู่หน้าจึงมี 2 แชนแนลเป็นพื้นฐาน แล้วค่อยไปว่ากันในจำนวนแชนแนล ในล้อคู่หลัง

เมื่อมีการเบรก รถยนต์จะถ่ายน้ำหนักลงด้านหน้า ระบบเบรกในล้อคู่หลังจึงรับภาระ น้อยกว่าล้อคู่หน้า การควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกจึงสามารถออกแบบได้ 2 แบบ คือ
2 ล้อหลังเป็นแชนแนลเดียวกัน จะคง-ลดแรงดันน้ำมันเบรกพร้อมกัน รวมเป็น 1 คัน
3 แชนแนล รวมแชนแนลในล้อคู่หลัง หรืออิสระแยกกันในล้อคู่หลัง รวมเป็น 1 คัน
4 แชนแนล
โดยรวมแล้วเอบีเอสแบบ 4 แชนแนล จึงย่อมมีประสิทธิภาพเหนือกว่าแบบ 3 แชนแนล

เซ็นเซอร์คือ อุปกรณ์จับสัญญาณตรวจสอบการหมุนที่ติดตั้งบริเวณแกนล้อ (หรือเพลากลาง) แล้วส่งสัญญาณต่อเนื่องไปยังหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ โดยมี 3-4 เซ็นเซอร์ต่อรถยนต์ 1 คัน ส่วนใหญ่แยก 2 เซ็นเซอร์สำหรับล้อหน้าซ้าย-ขวา เพราะต้องรับภาระในการเบรกมากกว่า แล้วค่อยไปเลือกกำหนดว่าล้อคู่หลังควรมี 1 หรือ 2 เซ็นเซอร์ต่อ 2 ล้อ ถ้ามีเซ็นเซอร์ละ 2 ตัว ต่อล้อคู่หลัง ก็มีลักษณะการติดตั้งคล้ายกับเซ็นเซอร์ของล้อหน้า คือ อิสระต่อกัน แต่ถ้ามีเพียง
1 เซ็นเซอร์ต่อ 2 ล้อหลัง ก็มักจะเป็นในกรณีของรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหลังหรือ 4 ล้อ ที่ต้องมีเพลากลาง โดยใช้เซ็นเซอร์จับสัญญาณจากเพลากลางไม่ใช่ที่แต่ละล้อ ซึ่งการส่ง สัญญาณไปยัง หน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ย่อมไม่อิสระเท่ากับการมีเซ็นเซอร์อิสระ ในแต่ละล้อ เพราะถ้ามีแค่ 1 เซ็นเซอร์ในล้อคู่หลัง 2 ล้อ ก็จะต้องควบคุมเป็นแบบรวม แชนแนลกันในล้อคู่หลังด้วย เพราะหน่วยควบคุมอิเล็คทรอนิกส์ไม่สามารถทราบได้เลยว่า ล้อหลังด้านไหนกำลังจะล็อก แล้วควรควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกเฉพาะในล้อด้านไหน

ถ้ามองเฉพาะในเรื่องของจำนวนแชนแนลหรือเซ็นเซอร์แล้ว การมีจำนวนของแชนแนล หรือเซ็นเซอร์มาก หรือครบ 4-4 ในแต่ละล้อสำหรับรถยนต์ 1 คัน ย่อมดีกว่าการมีแบบ
4-3 หรือ 3-3 แชนแนล-เซ็นเซอร์ในรถยนต์แต่ละคัน เพราะจะทำให้มีการส่งสัญญาณ และการควบคุมเป็นไปอย่างอิสระและแม่นยำ ซึ่งการกำหนดใช้แชนแนลหรือเซ็นเซอร์ ไม่ครบ 4-4 ต่อ 4 ล้อ มักมีสาเหตุมาจาการควบคุมต้นทุนการผลิตเป็นสำคัญ

ดังนั้นเอบีเอสแบบ 4 แชนแนล 4 เซ็นเซอร์แบบอิสระทุกล้อในรถยนต์ 1 คัน จึงมีประสิทธิภาพเด่นกว่าแบบ 4-3 หรือ 3-3 แชนแนล-เซ็นเซอร์ ในกรณีที่มีอุปกรณ์ พื้นฐานอื่นเหมือนกัน ถ้ามีโอกาสเลือกใช้เอบีเอสแบบครบ ๆ 4 แชนแนล 4 เซ็นเซอร์ ย่อมดีกว่า
ที่มา : http://www.tiida-club.net/smf/

Published under รถหรูsend this post
กรกฎาคม 30th, 2010

เรื่องควรรู้ก่อนการต่อประกันรถ

no comment Posted by ann

เครดิต http://usedcar.exteen.com/20090630/entry-1

 ส่วนลดประวัติดีกับการต่อประกัน

 ผ่านหัวข้อบทความนี้ทีไรนึกจะเขียนเรื่องนี้ทุกที แต่จนแล้วจนรอดก็ลืมทุกทีเหมือนกัน พอดีมีกระทู้ถามในชมรมคนรักรถเกี่ยวกับเรื่องประกันอะไรพวกนี้ก็เลยนึกขึ้นได้ คราวนี้กันลืมเลยต้องรีบเขียน คงจะเคยเห็นหรือเคยทราบกันมาบ้างแล้วว่าการทำประกันนั้นถ้าไม่มีการเคลมเกิดขึ้น จะมีการจูงใจเพื่อให้ต่ออายุประกันในปีต่อไปด้วยการลดราคาหรือมีส่วนลดให้ เช่น

 20% สำหรับปีที่สองหรือไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหายในปีแรก
read more from "เรื่องควรรู้ก่อนการต่อประกันรถ"

Published under รถหรูsend this post
มีนาคม 11th, 2010

ความแตกต่างระหว่าง แก๊ส LPG และ ก๊าซ NGV

no comment Posted by admin

ความแตกต่างระหว่างก๊าซธรรมชาติ (Natural Gas Vehicles: NGV) และก๊าซปิโตรเลียมเหลว (Liquefied Petroleum Gas: LPG)

• ก๊าซธรรมชาติ (NGV) เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนซึ่งมีองค์ประกอบของก๊าซมีเทน (Methane) เป็น ส่วนใหญ่ จึงเป็นก๊าซที่มีน้ำหนักเบากว่าอากาศ การขนส่งไปยังผู้ใช้จะขนส่งผ่านทางท่อในรูปก๊าซภายใต้ ความดันสูง จึงไม่เหมาะสำหรับการขนส่งไกลๆ หรืออาจบรรจุใส่ถังในรูปก๊าซธรรมชาติอัดโดยใช้ความดันสูง หรือที่เรียกว่า
read more from "ความแตกต่างระหว่าง แก๊ส LPG และ ก๊าซ NGV"

Published under รถหรูsend this post
มีนาคม 10th, 2010

10 อันดับรถสวยแห่งปี 2009

no comment Posted by ann
10  อันดับรถสวยแห่ง ปี 2009

 

    นอกเหนือไปจากสมรรถนะ, อัตราการสิ้นเปลือง, ราคาและห้องโดยสารซึ่งผู้ใช้รถให้ความสำคัญในการที่จะครอบครองรถซักคันแล้ว ภาพลักษณ์ภายนอกของตัวรถก็เป็นอีกปัจจัยที่ดึงดูดใจติดอันดับต้นๆ เช่นกัน หรือใครที่ซื้อรถเพราะถูกใจอย่างอื่นแต่ไม่ชอบรูปลักษณ์กันบ้างล่ะครับ และก็เป็นประจำของทุกปีที่จะต้องมีการจัดอันดับเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะกับความต้องตาต้องใจของรูปลักษณ์ภายนอกที่จะมีรางวัลมอบให้เป็น ประจำทุกปี ซึ่งบางอย่างก็อาจจะดูขัดหูขัดตาเราไปบ้าง อันนี้ก็แล้วแต่มุมมองของผู้มอบรางวัลแล้วล่ะครับ
read more from "10 อันดับรถสวยแห่งปี 2009"

Published under รถหรูsend this post
มีนาคม 5th, 2010

หนึ่งเดียวคันนี้! Pagani Zonda Tricolori

no comment Posted by ann

         หายหน้าหายตาไปนานสำหรับ Pagani ค่ายซุปเปอร์คาร์ค่าตัวแพงระยับที่ล่าสุดเตรียมอวดโฉมซุปเปอร์คาร์รุ่น One Off หรือหนึ่งเดียวคันนี้ที่จะผลิตออกมาที่เตรียมเข้าร่วมงาน Geneva Motor Show โดยใช้ชื่อรุ่นว่า Zonda Tricolore ซึ่งจะถูกสร้างขึ้นมาเนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปีของฝูงบินผาดโผนกองทัพอิตาลีที่มีชื่อว่า Frecce Tricolori

pagani-zonda-tricolore-01

Zonda Tricolore ใช้ Zonda Cinque เป็นรถพื้นฐาน โดยตัวถังทั้งหมดทำด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ โดยด้านหน้ามีการใช้ไฟ LED ทำเป็นรูปครีบหางของเครื่องบิน โดย Tricolore แทนช่องไอดีของรุ่น Cinque ด้วยครีบเรียวเล็กแนวตั้งบนฝากระโปรงรถ ซึ่งจุดประสงค์ของการใช้ครีบลักษณะนี้จะมีการเปิดเผยในงานมอเตอร์โชว์ ส่วนระบบส่งกำลังเป็นแบบ paddle shift อัตโนมัติ

pagani-zonda-tricolore-07

ตัวถังมีการเคลือบแลคเกอร์สีน้ำเงินและทำลายเลียนแบบเครื่องบิน Frecce Tricolori บริเวณข้างตัวรถ ส่วนราคาของ Zonda Tricolori ทาง Pagani ติดป้ายขายแบบไม่เกรงใจใครที่ 1.3 ล้านยูโรครับ

pagani-zonda-tricolore-09  pagani-zonda-tricolore-11 pagani-zonda-tricolore-06 pagani-zonda-tricolore-12

pagani-zonda-tricolore-08

 

ขอบคุณที่มา : www.autospinn.com

Published under รถหรูsend this post
มีนาคม 2nd, 2010

สองซุปเปอร์คาร์ในร่างเดียว Lamborghini

no comment Posted by ann

          ช่วงนี้มักจะมีข่าวรถตลาดบ้านๆแปลงโฉมไปเป็นซุปเปอร์คาร์ให้เห็นบ่อยครั้ง ล่าสุด CDC International สำนักแต่งเมืองเบียร์เกาะกระแสแปลงโฉมรถกับเขาบ้าง แต่ครั้งนี้ต่างจากกรณีที่ผ่านมาเพราะเป็นการแปลงโฉมซุปเปอร์คาร์ให้เป็นซุปเปอร์คาร์ ที่สำคัญก็คือ เป็นการแปลงโฉมข้ามรุ่นของรถยี่ห้อเดียวกันนั่นก็คือ การแปลง Lamborghini Gallardo ซุปเปอร์คาร์สุดฮิตให้เป็น Lamborghini Reventon สุดยอดซุปเปอร์คาร์รุ่นล่าสุดและเป็นรถในฝันของมหาเศรษฐีทั่วโลก งานนี้ CDC ได้ปรับแต่งเครื่องยนต์ให้มีกำลังสูงถึง 800 แรงม้าพร้อมตกแต่งภายในด้วยเช่นกัน ส่วนภายนอกจะเหมือนแค่ไหนอย่างไรก็เชิญทัศนาและแสดงความคิดเห็นได้ตามสะดวกครับ

lamborghini-gallardo-reventon-style-9 lamborghini-gallardo-reventon-style-12  lamborghini-gallardo-reventon-style-16 lamborghini-gallardo-reventon-style-15 lamborghini-gallardo-reventon-style-17 lamborghini-gallardo-reventon-style-20lamborghini-gallardo-reventon-style-14

 

ขอบคุณที่มา : www.autospinn.com

Published under รถหรูsend this post
มีนาคม 2nd, 2010

Opel Flextreme GT/E สปอร์ทคูเป้ 5 ประตูพลังงาน

no comment Posted by ann

          General Motors ต่อยอดการใช้เทคโนโลยีรถพลังงานไฟฟ้าด้วยการนำไปพัฒนาสร้างระบบขับเคลื่อนให้กับรถที่มีขนาดใหญ่ขึ้น นอกเหนือจากที่ได้ใช้กับรถขนาดเล็กอย่าง Chevrolet Volt หรือรุ่นคู่แฝดที่ใช้ชื่อในยุโรปอย่าง Opel Ampera ซึ่งรถขนาดใหญ่ที่ว่ายังเป็นรถแนวคิดหรือ Concept Car อยู่ ภายใต้ชื่อรุ่นว่า Opel Flextreme GT/E โดยเตรียมที่จะอวดโฉมในงาน Geneva Motor Show

opel-flextreme-gte-concept-7

          จากการเปิดเผยของรองประธานฝ่ายวางแผนองค์กรและผลิตภัณฑ์ นาย Frank Weber เผยว่า รถแนวคิด Flextreme GT/E นี้ เป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึงรูปทรงการออกแบบรถยนต์ของบริษัทฯที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของทั้งรถขนาดเล็กและใหญ่ในทุกเซกเมนต์ของตลาดรถยนต์

opel-flextreme-gte-concept-6

           Flextreme GT/E เป็นรถคูเป้ 5 ประตู ที่มีขนาดความยาวถึง 4.7 เมตร มีลักษณะเด่นคือ การใช้การเปิดประตูหลังแบบตู้กับข้าว คือเปิดประตูจากกึ่งกลางรถมายังด้านหลังแทนที่การเปิดประตูหลังแบบรถยนต์ทั่วไป ซึ่งได้มีการใช้ประตูลักษณะกับรุ่นอื่นๆมาแล้ว เช่น Insignia, Astra และ Meriva

opel-flextreme-gte-concept-9

          และไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ที่โดดเด่นเท่านั้น Flextreme GT/E มีค่าสัมประสิทธิ์แรงฉุดเพียง 0.22 ทำให้สามารถทำคามเร็วแตะระดับ 200 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้สบายๆ ในขณะที่ยังสามารถประหยัดพลังงานและยืดระยะทางทำการให้ยาวขึ้นไปอีก

opel-flextreme-gte-concept-8

          สิ่งที่เตะตาที่สุดและแปลกไม่เหมือนใครก็คือ สปอยเลอร์คู่ที่ซ่อนอยู่ในคิ้วล้อหลังทั้งสองข้างซึ่งสามารถเลื่อนตำแหน่งเข้าออกได้ โดยสามารถยืดออกมาได้ถึง 350 มิลลิเมตรที่ระดับความเร็วรถที่ 50 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพื่อบังคับทิศทางลมบริเวณมุมหลังของตัวรถเพื่อลดกระแสลมป่วนให้น้อยลง สิ่งที่น่าสนใจอื่นๆของรถรุ่นนี้ก็คือ ที่จับประตูแบบซ่อนตัวที่ตอนนี้มีการใช้เซนเซอร์แสงทดแทน ล้ออัลลอยขอบ 21 นิ้วที่ออกแบบพิเศษหุ้มด้วยยางแรงต้านการหมุนต่ำขนาดที่ค่อนข้างแคบคือ 195/45

opel-flextreme-gte-concept-4

          ระบบขับเคลื่อนของ Opel Flextreme GT/E เป็นระบบเดียวกับที่ใช้กับ Chevy Volt คือ มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 160 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 370 นิวตันเมตร ส่งกำลังขับเคลื่อนไปยังล้อหน้า และในระยะทางช่วงแรกที่ไม่เกิน 60 กิโลเมตร พลังงานรถจะมาจากชุดแบตเตอรี่ลิเธี่ยมอิออนที่ติดตั้งบริเวณพื้นใต้เบาะหลัง

opel-flextreme-gte-concept-5

          และหลังจากที่พลังงานจากแบตเตอรี่เริ่มหมด เครื่องยนต์เบนซิน 1.4 ลิตรจะเริ่มทำงานเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพื่อการจ่ายกระแสไฟ ซึ่งในโหมดการทำงานนี้จะทำให้ระยะทางทำการยืดออกไปมากกว่า 500 กิโลเมตร

opel-flextreme-gte-concept-16

          Opel เผยว่าอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงจะอยู่ที่ 1.6 ลิตร/100 กิโลเมตร ในขณะที่อัตราการปล่อย CO2 สู่อากาศจะน้อยกว่า 40 กรัม/กิโลเมตร ส่วนอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ของรถแนวคิดรุ่นนี้จะอยู่ที่ 9 วินาที โดยมีความเร็วสูงสุดมากกว่า 200 กิโลเมตร/ชั่วโมง

opel-flextreme-gte-concept-1

 

ขอบคุณที่มา : www.autospinn.com

Published under รถหรูsend this post
กุมภาพันธ์ 20th, 2010

Jaguar อวดชุดแต่ง Speed และ Speed & Black

no comment Posted by ann

สำหรับ XKR Coupe ที่เจนีวา

          Jaguar เตรียมเปิดตัวชุดแต่งสำหรับ XKR Coupe จำนวน 2 ชุด ในงาน Geneva Motor Show ซึ่งประกอบด้วยชุดแต่ง Speed และชุดแต่ง Speed & Black โดยจะทำตลาดในสหราชอาณาจักรในราคาชุดละ 3,500 และ 4,000 ปอนด์ ตามลำดับ และตามที่กล่าวไปแล้ว ชุดแต่งทั้งสองนี้จะใช้กับเวอร์ชั่น Coupe ของ Jaguar XKR เท่านั้น

2011-jaguar-xkr-coupe-packages-20

          สำหรับชุดแต่ง Speed จะประกอบด้วยการตั้งโปรแกรมจำกัดระดับความเร็วใหม่ให้อยู่ที่ 280 กิโลเมตร/ชั่วโมง แทนความเร็วเดิมที่ 249 กิโลเมตร/ชั่วโมง และเพื่อที่จะให้รถทำระดับความเร็วดังกล่าวได้อย่างมีเสถียรภาพ จึงต้องมีการติดตั้งแอโรพาร์ทคือ สปลิตเตอร์หน้า และสปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่ขึ้น อย่างไรก็ตาม ในระดับความเร็วที่สูงขึ้นรถจะมีการตอบสนองกับพวงมาลัยน้อยลง

2011-jaguar-xkr-coupe-packages-21

          นอกจากนั้นแล้ว ยังมีล้ออัลลอย Kasuga ขอบ 20 นิ้ว พร้อมคาลิปเปอร์สีแดง มีการใช้เส้นกรอบโครเมี่ยมล้อมรอบหน้าต่างรถ กระจังหน้าใหม่ ช่องอากาศภายนอกรถ ส่วน Diffuser หลังและธรณีประตูทำสีเดียวกับตัวถัง

2011-jaguar-xkr-coupe-packages-24

          แต่ถ้าคุณอยากจะได้ล้ออัลลอยขอบ 20 นิ้ว สีดำวาวจาก Kalimnos คุณต้องจ่ายเพิ่ม 500 ปอนด์ ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของชุดแต่ง Black นอกจากนั้นสปอยเลอร์หน้าและหลัง จะเป็นสีเดียวกับตัวรถ ส่วนภายในมีการใช้ชุดหนังสีชาร์โคลในหลายโทนสีพร้อมการปักลายด้วยสีตัดกันเห็นได้ชัด

2011-jaguar-xkr-coupe-packages-25

เราจะได้เห็น Jaguar XKR Coupe พร้อมชุดแต่งทั้งสองในงาน Geneva Motor Show ในอีก 1-2 สัปดาห์นี้ครับ

2011-jaguar-xkr-coupe-packages-26

2011-jaguar-xkr-coupe-packages-23

ขอบคุณที่มา : www.autospinn.com

Published under รถหรูsend this post
กุมภาพันธ์ 20th, 2010
Pets