<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บทความเกี่ยวกับรถ :: haarod.com &#187; รถหรู</title>
	<atom:link href="http://www.haarod.com/article/category/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b9/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.haarod.com/article</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 30 Jul 2010 04:32:53 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>รู้จักระบบเบรค ABS(2)</title>
		<link>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84-abs2.html</link>
		<comments>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84-abs2.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 30 Jul 2010 04:32:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[รถหรู]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.haarod.com/article/?p=530</guid>
		<description><![CDATA[รู้จักระบบเบรค ABS ให้ถ่องแท้ ตอนที่ 2
เอบีเอสไม่ได้ช่วยให้ปลอดภัยขึ้นเสมอ
มิได้หมายความว่า การขับรถยนต์ที่มีเอบีเอสแล้วเบรกจะไม่ชน หรือมีระยะเบรกสั้นกว่า ไม่มีเอบีเอส เพราะในการเบรกตามปกติที่เอบีเอสไม่ได้ทำงานควบคุมแรงดันน้ำมันเบรก ประสิทธิภาพและระยะเบรก ต้องขึ้นอยู่กัยระบบเบรกพื้นฐานเท่านั้น 
เมื่อต้องเบรกแล้วเอบีเอสทำงาน ก็มิได้มีระยะเบรกสั้นลงเสมอไป ต้องเกี่ยวข้องกับ สภาพของเส้นทางด้วย คล้ายกับคนวิ่งบนถนนฝืดแล้วหยุดซอยเท้าในทันที การลื่นไถลอาจมีน้อยและได้ระยะสั้น การเบรกส่วนใหญ่การควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกของเอบีเอสไม่ค่อยมีโอกาสได้ทำงาน บางครั้ง 1 เดือน เอบีเอสไม่ได้แผลงฤทธิ์เลยก็มี ถ้าไม่ได้มีการเบรกไม่ปกติ ในสถานการณ์ข้างต้น 
ระบบ และชิ้นส่วน
เอบีเอสมีพื้นฐานการทำงานหลักจากการทำงานของ 3 หน่วยหลัก (แต่มีเกิน 3 ชิ้นในรถยนต์ 1 คัน) คือ ใช้ หน่วยควบคุมแรงดันน้ำมันเบรก (หน่วยควบคุมไฮดรอลิก HYDRAULIC CONTROL UNIT) เฉพาะเมื่อมีการเบรกในสถานการณ์ข้างต้น โดยติดตั้งแทรกอยู่ระหว่าง ท่อน้ำมันเบรกหลังออกจากแม่ปั๊มเบรกตัวบน ก่อนส่งเข้าสู่กระบอกเบรกทั้ง 4 ล้อ แทนที่จะปล่อยให้น้ำมันเบรกส่งแรงดันไปเต็มที่เมื่อมีการเบรกอย่างรุนแรง-กะทันหัน โดยจะสลับทั้งเพิ่มและลดแรงดันน้ำมันเบรกสลับกันถี่ ๆ ด้วยการควบคุมและสั่งงานจาก หน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ (ELECTRONIC CONTROL UNIT) ซึ่งรับสัญญาณ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>รู้จักระบบเบรค ABS ให้ถ่องแท้ ตอนที่ 2<br />
เอบีเอสไม่ได้ช่วยให้ปลอดภัยขึ้นเสมอ<br />
มิได้หมายความว่า การขับรถยนต์ที่มีเอบีเอสแล้วเบรกจะไม่ชน หรือมีระยะเบรกสั้นกว่า ไม่มีเอบีเอส เพราะในการเบรกตามปกติที่เอบีเอสไม่ได้ทำงานควบคุมแรงดันน้ำมันเบรก ประสิทธิภาพและระยะเบรก ต้องขึ้นอยู่กัยระบบเบรกพื้นฐานเท่านั้น </p>
<p>เมื่อต้องเบรกแล้วเอบีเอสทำงาน ก็มิได้มีระยะเบรกสั้นลงเสมอไป ต้องเกี่ยวข้องกับ สภาพของเส้นทางด้วย คล้ายกับคนวิ่งบนถนนฝืดแล้วหยุดซอยเท้าในทันที การลื่นไถลอาจมีน้อยและได้ระยะสั้น การเบรกส่วนใหญ่การควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกของเอบีเอสไม่ค่อยมีโอกาสได้ทำงาน บางครั้ง 1 เดือน เอบีเอสไม่ได้แผลงฤทธิ์เลยก็มี ถ้าไม่ได้มีการเบรกไม่ปกติ ในสถานการณ์ข้างต้น </p>
<p>ระบบ และชิ้นส่วน<br />
เอบีเอสมีพื้นฐานการทำงานหลักจากการทำงานของ 3 หน่วยหลัก (แต่มีเกิน 3 ชิ้นในรถยนต์ 1 คัน) คือ ใช้ หน่วยควบคุมแรงดันน้ำมันเบรก (หน่วยควบคุมไฮดรอลิก HYDRAULIC CONTROL UNIT) เฉพาะเมื่อมีการเบรกในสถานการณ์ข้างต้น โดยติดตั้งแทรกอยู่ระหว่าง ท่อน้ำมันเบรกหลังออกจากแม่ปั๊มเบรกตัวบน ก่อนส่งเข้าสู่กระบอกเบรกทั้ง 4 ล้อ แทนที่จะปล่อยให้น้ำมันเบรกส่งแรงดันไปเต็มที่เมื่อมีการเบรกอย่างรุนแรง-กะทันหัน โดยจะสลับทั้งเพิ่มและลดแรงดันน้ำมันเบรกสลับกันถี่ ๆ ด้วยการควบคุมและสั่งงานจาก หน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ (ELECTRONIC CONTROL UNIT) ซึ่งรับสัญญาณ มาประมวลผลจาก เซ็นเซอร์ (PULSE SENSOR) บริเวณแกนล้อ หรือเพลากลาง ซึ่งทำหน้าที่จับการหมุนของล้อ </p>
<p>เอบีเอสมีการทำงานบางส่วนตลอดการขับรถยนต์ แต่บางส่วนทำงานแค่บางครั้ง คือ มีการส่งสัญญาณเซ็นเซอร์ไปยังหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์อยู่ตลอดเวลา เพื่อประมวลผลว่า ในตอนนั้นหน่วยควบคุมไฮดรอลิกควรจะมีการทำงานลด-เพิ่มแรงกันของน้ำมันเบรก สลับกันถี่ ๆ เพื่อคลายแรงกดของผ้าเบรคลง เพื่อป้องกันล้อล็อกหรือไม่ ถ้าล้อใด ๆ<br />
จะมีการล็อก หน่วยควบคุม </p>
<p>ไฮดรอลิกที่รับคำสั่งจากหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ จึงจะทำงานลด-เพิ่มแรงดันน้ำมันเบรก โดยระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์จะมีการตรวจสอบความผิดปกติของทั้งระบบอยู่ตลอดเวลา โดยมีการแสดงไฟสัญญาณบนแผงหน้าปัด ไฟจะสว่างขึ้นในช่วงหลังการบิดกุญแจก่อน สตารต์เครื่องยนต์ในช่วงแรก และดับลงหลังจากนั้นประมาณ 5 วินาที แล้วดับตลอดการขับ ถ้าในขณะขับรถยนต์แล้วมีไฟเอบีเอสสว่างขึ้นมา แสดงว่าในตอนนั้นมีส่วนใด ๆ ของเอบีเอสบกพร่อง แต่ส่วนใหญ่มักยังมีระบบเบรกพื้นฐานใช้งานตามปกติ ให้ใช้งานรถยนต์ด้วยความระมัดระวังและควรนำรถยนต์เข้ารับการซ่อมแซม โดยที่การบกพร่องนั้นมีหลายระดับ มิใช่ต้องเสียหรือต้องเปลี่ยนทั้งระบบเสมอไป บางครั้งแค่เซ็นเซอร์บางตัวเสียหรือสกปรก ก็เกิดปัญหาขึ้นได้ </p>
<p>แชนแนล เซ็นเซอร์<br />
นอกจากพื้นฐานของเอบีเอส ที่ต้องมี 3 หน่วยหลัก คือ หน่วยควบคุมไฮดรอลิก หน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ และเซ็นเซอร์ ยังมีรายละเอียดปลีกย่อย เช่น ต้องมีวาล์ว ช่วยกระจายแรงดันน้ำมันเบรก หรือต้องมีวงจรการควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกอย่างไร แชนแนล (CHANNAL) และมีกี่เซ็นเซอร์ (PULSE SENSOR) ในรถยนต์ 1 คัน ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะมีไม่น้อยกว่า 3 แชนแนล 3 เซ็นเซอร์ คือ มี 2 ล้อหน้าอิสระ แล้วค่อยเลือกกำหนดว่าจะรวมแชนแนลกันหรืออิสระในล้อคู่หลัง </p>
<p>แชนแนล คือ วงจรของน้ำมันเบรก อันหมายถึง การมีท่อต่อเชื่อมเนื้อน้ำมันเบรก ไหลเป็นท่อเดียวกัน ก็ถือว่าเป็น 1 แชนแนล ถ้าคลายแรงดันก็จะคลายพร้อมกัน ถ้าเพิ่มก็เพิ่มพร้อมกัน เช่น ถ้าเป็นแชนแนลเดียวกัน มีการควบคุมแรงดันน้ำมันเบรก พร้อมกันในล้อซ้าย-ขวา ไม่ว่ากำลังจะเกิดการล็อกในล้อใดล้อหนึ่ง ก็จะมีการคง-ลดแรงดัน น้ำมันเบรกทั้ง 2 ล้อพร้อมกัน ทั้งที่ล้ออีกข้างไม่เสี่ยงต่อการล็อก ระยะเบรกจึงอาจจะ ยาวขึ้นกว่าการควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกเฉพาะล้อกำลังจะเกิดการล็อก<br />
ดังนั้น ถ้าแยกแชนแนลกันอย่างอิสระย่อมดีกว่า </p>
<p>เอบีเอสส่วนใหญ่มี 3 แบบ หรือ 4 แชนแนล โดยมีการแยกล้อหน้าซ้าย-ขวา เป็นอย่างละ<br />
2 แชนแนลอิสระต่อกัน เพราะระบบเบรกล้อหน้าต้องรับภาระมากกว่า จากการถ่ายเท น้ำหนักลงสู่ด้านหน้า เมื่อมีการเบรก จึงควรมีการควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกแยกจากกัน ล้อไหนกำลังล็อก ก็ควรควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกเฉพาะล้อนั้นเท่านั้น ดังนั้น<br />
ในล้อคู่หน้าจึงมี 2 แชนแนลเป็นพื้นฐาน แล้วค่อยไปว่ากันในจำนวนแชนแนล ในล้อคู่หลัง </p>
<p>เมื่อมีการเบรก รถยนต์จะถ่ายน้ำหนักลงด้านหน้า ระบบเบรกในล้อคู่หลังจึงรับภาระ น้อยกว่าล้อคู่หน้า การควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกจึงสามารถออกแบบได้ 2 แบบ คือ<br />
2 ล้อหลังเป็นแชนแนลเดียวกัน จะคง-ลดแรงดันน้ำมันเบรกพร้อมกัน รวมเป็น 1 คัน<br />
3 แชนแนล รวมแชนแนลในล้อคู่หลัง หรืออิสระแยกกันในล้อคู่หลัง รวมเป็น 1 คัน<br />
4 แชนแนล<br />
โดยรวมแล้วเอบีเอสแบบ 4 แชนแนล จึงย่อมมีประสิทธิภาพเหนือกว่าแบบ 3 แชนแนล </p>
<p>เซ็นเซอร์คือ อุปกรณ์จับสัญญาณตรวจสอบการหมุนที่ติดตั้งบริเวณแกนล้อ (หรือเพลากลาง) แล้วส่งสัญญาณต่อเนื่องไปยังหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ โดยมี 3-4 เซ็นเซอร์ต่อรถยนต์ 1 คัน ส่วนใหญ่แยก 2 เซ็นเซอร์สำหรับล้อหน้าซ้าย-ขวา เพราะต้องรับภาระในการเบรกมากกว่า แล้วค่อยไปเลือกกำหนดว่าล้อคู่หลังควรมี 1 หรือ 2 เซ็นเซอร์ต่อ 2 ล้อ ถ้ามีเซ็นเซอร์ละ 2 ตัว ต่อล้อคู่หลัง ก็มีลักษณะการติดตั้งคล้ายกับเซ็นเซอร์ของล้อหน้า คือ อิสระต่อกัน แต่ถ้ามีเพียง<br />
1 เซ็นเซอร์ต่อ 2 ล้อหลัง ก็มักจะเป็นในกรณีของรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหลังหรือ 4 ล้อ ที่ต้องมีเพลากลาง โดยใช้เซ็นเซอร์จับสัญญาณจากเพลากลางไม่ใช่ที่แต่ละล้อ ซึ่งการส่ง สัญญาณไปยัง หน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ย่อมไม่อิสระเท่ากับการมีเซ็นเซอร์อิสระ ในแต่ละล้อ เพราะถ้ามีแค่ 1 เซ็นเซอร์ในล้อคู่หลัง 2 ล้อ ก็จะต้องควบคุมเป็นแบบรวม แชนแนลกันในล้อคู่หลังด้วย เพราะหน่วยควบคุมอิเล็คทรอนิกส์ไม่สามารถทราบได้เลยว่า ล้อหลังด้านไหนกำลังจะล็อก แล้วควรควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกเฉพาะในล้อด้านไหน </p>
<p>ถ้ามองเฉพาะในเรื่องของจำนวนแชนแนลหรือเซ็นเซอร์แล้ว การมีจำนวนของแชนแนล หรือเซ็นเซอร์มาก หรือครบ 4-4 ในแต่ละล้อสำหรับรถยนต์ 1 คัน ย่อมดีกว่าการมีแบบ<br />
4-3 หรือ 3-3 แชนแนล-เซ็นเซอร์ในรถยนต์แต่ละคัน เพราะจะทำให้มีการส่งสัญญาณ และการควบคุมเป็นไปอย่างอิสระและแม่นยำ ซึ่งการกำหนดใช้แชนแนลหรือเซ็นเซอร์ ไม่ครบ 4-4 ต่อ 4 ล้อ มักมีสาเหตุมาจาการควบคุมต้นทุนการผลิตเป็นสำคัญ </p>
<p>ดังนั้นเอบีเอสแบบ 4 แชนแนล 4 เซ็นเซอร์แบบอิสระทุกล้อในรถยนต์ 1 คัน จึงมีประสิทธิภาพเด่นกว่าแบบ 4-3 หรือ 3-3 แชนแนล-เซ็นเซอร์ ในกรณีที่มีอุปกรณ์ พื้นฐานอื่นเหมือนกัน ถ้ามีโอกาสเลือกใช้เอบีเอสแบบครบ ๆ 4 แชนแนล 4 เซ็นเซอร์ ย่อมดีกว่า<br />
ที่มา : http://www.tiida-club.net/smf/</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84-abs2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องควรรู้ก่อนการต่อประกันรถ</title>
		<link>http://www.haarod.com/article/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad-2.html</link>
		<comments>http://www.haarod.com/article/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad-2.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 11 Mar 2010 10:24:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ann</dc:creator>
				<category><![CDATA[รถหรู]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.haarod.com/article/?p=272</guid>
		<description><![CDATA[เครดิต http://usedcar.exteen.com/20090630/entry-1
 ส่วนลดประวัติดีกับการต่อประกัน
 ผ่านหัวข้อบทความนี้ทีไรนึกจะเขียนเรื่องนี้ทุกที แต่จนแล้วจนรอดก็ลืมทุกทีเหมือนกัน พอดีมีกระทู้ถามในชมรมคนรักรถเกี่ยวกับเรื่องประกันอะไรพวกนี้ก็เลยนึกขึ้นได้ คราวนี้กันลืมเลยต้องรีบเขียน คงจะเคยเห็นหรือเคยทราบกันมาบ้างแล้วว่าการทำประกันนั้นถ้าไม่มีการเคลมเกิดขึ้น จะมีการจูงใจเพื่อให้ต่ออายุประกันในปีต่อไปด้วยการลดราคาหรือมีส่วนลดให้ เช่น
 20% สำหรับปีที่สองหรือไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหายในปีแรก
 30% สำหรับปีที่สามหรือไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหายในสองปีที่ผ่านมา
 40% สำหรับปีที่สี่หรือไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหายในสามปีที่ผ่านมา
 50% สำหรับปีที่ห้าหรือไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหายในสี่ปีที่ผ่านมาหรือนานกว่านั้นเป็นต้นไป
แล้วที่บอกว่าลดราคาหรือเบี้ยให้นั้นเป็นความจริงหรือ?
 ถ้ามองผิวเผินหรือไม่คิดอะไรจะเห็นว่ามีการลดเบี้ยประกันให้จริงๆ แต่ถ้ามองลึกลงไปในรายละเอียดหรือสังเกตดีๆแล้วจะพบว่า มีการแอบแฝงข้อความหนึ่งไว้ว่า..
 “..ส่วนลดเบี้ยประกันนั้นเป็นส่วนลดที่คิดจากเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ..”
 อธิบายขยายความได้ว่า การลดเบี้ยประกันไม่ว่า 20-30-40-50%นั้น ไม่ใช่การลดจากเบี้ยประกันเดิมหรือไม่ใช่การลดจากกรมธรรม์ในปีที่ทำอยู่แล้วเอามาคิดเพื่อเป็นส่วนลดในปีถัดไป เช่น
 ในปีแรกจ่ายเบี้ยไป 30000บาทและไม่เคยเรียกค่าทดแทนเลย ปีถัดมาถ้าลด 20%ก็จะเหลือ 24000บาท แต่ทำไมเรียกเก็บจริงไม่เป็นไปตามนั้นเช่นเรียกเก็บ 26000บาทเป็นต้น ซึ่งก็คือ 13.33% ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
 เคยมีบางท่านบอกว่ามันมีแว็ต 7%รวมอยู่ด้วย เอ้ามาลงลึกไปอีกหาเบี้ยที่แท้จริง
 จาก 30000 หักแว็ต 7% หรือ 1962.62บาท ก็จะเหลือเบี้ยจริง 28037.38 บาท(รวมอากรราว 50บาท)
 ถ้าคิดส่วนลด 20% จาก 28037.38 บาทหรือ 5607.48 บาท ก็จะเหลือ 22429.90 บาท
 ดังนั้นเบี้ยปีต่อไปเมื่อรวมแว็ตอีก 7%หรือ 1570บาทก็ควรจะแค่ 24000 บาท
 (รวมค่าอากรแล้วก็อีกไม่กี่บาทยังไงก็ไม่เกินร้อยหรอก) 
 แล้วทำไมจึงเรียกเก็บเกินจากนี้หละ เป็นไปได้ยังไง
 มีอะไรแอบแฝงอยู่?
 ก็อย่างที่เรียนข้างต้นว่าการคิดเบี้ยนั้นเขาคิดจากเบี้ยในปีนั้นๆที่จะทำประกัน ไม่ได้คิดจากเบี้ยในปีที่ผ่านมา แต่เบี้ยในปีนั้นๆหรือเบี้ยในปีที่จะต่อประกัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">เครดิต http://usedcar.exteen.com/20090630/entry-1</span></p>
<p> <span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">ส่วนลดประวัติดีกับการต่อประกัน</span></p>
<p> <span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">ผ่านหัวข้อบทความนี้ทีไรนึกจะเขียนเรื่องนี้ทุกที แต่จนแล้วจนรอดก็ลืมทุกทีเหมือนกัน พอดีมีกระทู้ถามในชมรมคนรักรถเกี่ยวกับเรื่องประกันอะไรพวกนี้ก็เลยนึกขึ้นได้ คราวนี้กันลืมเลยต้องรีบเขียน คงจะเคยเห็นหรือเคยทราบกันมาบ้างแล้วว่าการทำประกันนั้นถ้าไม่มีการเคลมเกิดขึ้น จะมีการจูงใจเพื่อให้ต่ออายุประกันในปีต่อไปด้วยการลดราคาหรือมีส่วนลดให้ เช่น</span></p>
<p> <span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">20% สำหรับปีที่สองหรือไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหายในปีแรก<span id="more-272"></span></span></p>
<p> <span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">30% สำหรับปีที่สามหรือไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหายในสองปีที่ผ่านมา</span></p>
<p> <span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">40% สำหรับปีที่สี่หรือไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหายในสามปีที่ผ่านมา</span></p>
<p> <span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">50% สำหรับปีที่ห้าหรือไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหายในสี่ปีที่ผ่านมาหรือนานกว่านั้นเป็นต้นไป</span></p>
<p><span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">แล้วที่บอกว่าลดราคาหรือเบี้ยให้นั้นเป็นความจริงหรือ?</span></p>
<p> <span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">ถ้ามองผิวเผินหรือไม่คิดอะไรจะเห็นว่ามีการลดเบี้ยประกันให้จริงๆ แต่ถ้ามองลึกลงไปในรายละเอียดหรือสังเกตดีๆแล้วจะพบว่า มีการแอบแฝงข้อความหนึ่งไว้ว่า..</span></p>
<p> <span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">“</span><span style="color: #ff0000"><span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">..ส่วนลดเบี้ยประกันนั้นเป็นส่วนลดที่คิดจากเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ..”</span></span></p>
<p> <span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">อธิบายขยายความได้ว่า การลดเบี้ยประกันไม่ว่า 20-30-40-50%นั้น ไม่ใช่การลดจากเบี้ยประกันเดิมหรือไม่ใช่การลดจากกรมธรรม์ในปีที่ทำอยู่แล้วเอามาคิดเพื่อเป็นส่วนลดในปีถัดไป เช่น</span></p>
<p> <span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">ในปีแรกจ่ายเบี้ยไป 30000บาทและไม่เคยเรียกค่าทดแทนเลย ปีถัดมาถ้าลด 20%ก็จะเหลือ 24000บาท แต่ทำไมเรียกเก็บจริงไม่เป็นไปตามนั้นเช่นเรียกเก็บ 26000บาทเป็นต้น ซึ่งก็คือ 13.33% ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น</span></p>
<p> <span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">เคยมีบางท่านบอกว่ามันมีแว็ต 7%รวมอยู่ด้วย เอ้ามาลงลึกไปอีกหาเบี้ยที่แท้จริง</span></p>
<p> <span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">จาก 30000 หักแว็ต 7% หรือ 1962.62บาท ก็จะเหลือเบี้ยจริง 28037.38 บาท(รวมอากรราว 50บาท)</span></p>
<p> <span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">ถ้าคิดส่วนลด 20% จาก 28037.38 บาทหรือ 5607.48 บาท ก็จะเหลือ 22429.90 บาท</span></p>
<p> <span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">ดังนั้นเบี้ยปีต่อไปเมื่อรวมแว็ตอีก 7%หรือ 1570บาทก็ควรจะแค่ 24000 บาท</span></p>
<p> <span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">(รวมค่าอากรแล้วก็อีกไม่กี่บาทยังไงก็ไม่เกินร้อยหรอก) </span></p>
<p> <span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">แล้วทำไมจึงเรียกเก็บเกินจากนี้หละ เป็นไปได้ยังไง</span></p>
<p> <span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">มีอะไรแอบแฝงอยู่?</span></p>
<p> <span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">ก็อย่างที่เรียนข้างต้นว่าการคิดเบี้ยนั้นเขาคิดจากเบี้ยในปีนั้นๆที่จะทำประกัน ไม่ได้คิดจากเบี้ยในปีที่ผ่านมา แต่เบี้ยในปีนั้นๆหรือเบี้ยในปีที่จะต่อประกัน จะมีใครทราบบ้างว่ามันเท่าไหร่หรือเพิ่มลดยังไงเพราะไม่เคยมีใครหรือบริษัทประกันที่ไหนบอก จะบอกเฉพาะในปีแรกที่จะทำเท่านั้นซึ่งส่วนใหญ่ในปีแรกจะไม่แพงเท่าไหร่ดูสมน้ำสมเนื้อดี แต่พอเข้าปีที่สองหรือปีถัดไปกลับมาการปรับเพิ่มเบี้ย(ยังไม่เคยเห็นว่ามีการปรับลด)แต่ไม่เคยแจ้งให้ผู้ทำประกันได้ทราบ ถ้าผู้ทำประกันหรือต่อประกันไม่คิดอะไรเพราะเห็นเพียงแค่ว่ามันถูกลงแล้วก็จะจ่ายตามที่ถูกเรียกเก็บ แต่พอมีคนโวยวายออกมาว่าทำไมไม่ลดตามที่ระบุก็จะได้รับคำตอบว่าเป็นนโยบายของบริษัทที่มีการปรับอัตราเบี้ยประกันใหม่ตามประกาศเลขที่&#8230;.(อยู่ไหนหรือประกาศตั้งกะเมื่อไหร่ไม่ให้ดูหรอก)หรือมันไม่ได้คิดเฉพาะเบี้ยประกันมันยังมีค่าอากรค่าแว็ตเข้ามาคิดด้วย(ก็แล้วแต่จะกล่าวอ้างไปต่างๆนาๆ) เช่นในกรณีที่ยกมาว่าจาก 30000 บาทหลังลดแล้วต้องจ่าย 26000 บาท ก็แสดงว่ามีการปรับเบี้ยก่อนได้รับส่วนลดจาก 30000 บาท เป็น 32500บาทเรียบร้อยแล้วก่อนที่จะนำมาคิดส่วนลด แต่ที่น่าเจ็บกระดองใจคือจากการสอบถามของผู้ที่ใช้รถรุ่นเดียวกันที่ออกใหม่ป้ายแดงนำไปทำประกันก็ยังเสียเบี้ยปีแรก 30000 บาทอยู่ แสดงว่ามีการปรับเพิ่มเฉพาะผู้ที่ต่อประกันอย่างนั้นหรืออย่างงี้หมายความว่ายังไง</span></p>
<p> <span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">เคยทราบมั๊ยว่าไม่ได้ลดเบี้ยอย่างเดียว!</span></p>
<p> <span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">ถึงแม้บริษัทประกันจะอ้างว่าลดเบี้ยให้กับรถประวัติดีเพื่อแสดงความชื่นชมและจริงใจและจูงใจหรือตอบแทนลูกค้าหรือด้วยคำอะไรก็แล้วแต่ที่สุดแสนจะเริดหรู มันจริงอย่างที่เขาว่าจริงๆหรือเปล่า?</span></p>
<p> <span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">ลองดูรายละเอียดซักนิดตรงช่อง(เอาช่องเดียวก็พอ)ที่กล่าวถึงการชดเชยในกรณีที่เกิดความเสียหายต่อรถยนต์หรือรถสูญหายหรือรถไฟไหม้อะไรพวกนี้ซึ่งอาจจะแตกต่างกันในคำพูดแต่ละบริษัทประกัน เอาง่ายๆว่ารถหายจ่ายเท่าไหร่นั่นแหละ</span></p>
<p> <span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">ในปีแรกจ่าย 30000 ได้รับความคุ้มครอง 850000 บาท</span></p>
<p> <span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">ในปีต่อมา(อ้างว่าลด 20%)จ่ายไป 26000 บาท ได้รับการคุ้มครอง 650000 บาท</span></p>
<p> <span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">ซึ่งจะเห็นได้ว่ามันลดลงถึง 23.5 % แถมลดจริงๆก็แค่ 13.33% ไม่ใช่ 20%</span></p>
<p> <span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">นี่ยกมาเฉพาะรายละเอียดแค่ช่องเดียวเท่านั้นนะครับยังมีอื่นๆอีกเยอะ</span></p>
<p> <span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">การต่อประกัน!</span></p>
<p> <span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">ลองสละเวลาซักนิดนะครับเช็คดูซักหน่อยว่าเป็นอย่างที่ผมพูดไปหรือเปล่าเพราะที่พูดถึงนี่เป็นเพียงบางบริษัทเท่านั้นเพราะบางที่ก็ยังซื่อตรงอยู่ก็ยังมี แต่ถ้าท่านเจอเหตุการณ์ดังกล่าวจะทำยังไง</span></p>
<ol>
<li><span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">ก่อนหมดอายุประกันราว 2เดือน(อย่างน้อยที่สุดก็ 1เดือน)หรือถ้ามีหนังสือแจ้งยอดที่ต้องไปชำระค่าเบี้ยประกันในปีถัดไป ให้ลองโทรฯไปสอบถามบริษัทประกันว่าเบี้ยประกันเท่าไหร่และยอดความคุ้มครองเป็นอย่างไร เอาหลักๆเลยเช่นรถหายจ่ายเท่าไหร่หรือผู้ขับขี่เสียชิวิตจ่ายเท่าไหร่<br />
</span></li>
<li><span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">นำข้อมูลที่ได้มาคำนวนตามตัวอย่างที่ยกมาข้างบนว่าส่วนลดตรงตามเปอร์เซ็นต์ที่แจ้งหรือเปล่ามีส่วนต่างอยู่เท่าไหร่ ถ้าใกล้เคียงกันหรือห่างกันไม่เกิน 2-300บาทก็ถือว่าพอยอมรับได้แต่ถ้ามากกว่านั้น<br />
</span></li>
<li><span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">โทรฯสอบถามบริษัทประกันอื่นว่ารถเรายี่ห้อนี้/ปีนี้ ถ้าต้องการการคุ้มครองแบบเดียวกัน(กับที่บริษัทเดิมเสนอความคุ้มครองให้)ต้องจ่ายเบี้ยประกันเท่าไหร่<br />
</span></li>
<li><span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">ถ้าพบว่าความคุ้มครองเท่ากันแต่ราคาถูกกว่าหรือให้ความคุ้มครองมากกว่าในราคาเท่ากัน แนะนำให้เปลี่ยนบริษัทประกันครับ แสดงว่าบริษัทที่ทำอยู่เริ่มมีอะไรที่หมกเม็ดแล้วและในปีต่อๆไปเราก็จะเจอเช่นเดิมอีก<br />
</span></li>
<li><span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">ถ้าเกิดมีการเคลมเกิดขึ้นอาจจะต้องจ่ายเบี้ยเท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้นเช่น ถ้าเรียกร้องค่าเสียหายเกิน 200%ของเบี้ยในปีนั้น ในปีต่อไปต้องจ่ายเบี้ยเพิ่มขึ้น 20%(จากเบี้ยที่กำหนดโดยไม่ทราบที่มา)เป็นต้น อันนี้แนะนำให้เปลี่ยนบริษัทประกันทันทีไม่ต้องลังเล ปล่อยให้บริษัทประกันเดิมภาคภูมิใจกับตัวเลขที่หวังว่าจะเก็บเพิ่มจากเราไปเรื่อยๆแต่ไม่ต้องต่อเปลี่ยนทันทีเพราะราคาเบี้ยประกันจะถูกลงทันที หาที่ถูกกว่าที่จะต่อกับบริษัทเดิมได้ไม่ยากหรอกครับ</span></li>
</ol>
<p><span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">*****คงฝากไว้เป็นข้อคิดเล็กๆน้อยๆนะครับบางท่านอาจจะเคยสังเกตหรือเคยทราบมาแล้วแต่บางท่านอาจจะยังไม่เคยทราบหรือเคยสังเกตเรื่องเหล่านี้เลย เพราะมันเป็นการเอารัดเอาเปรียบกันซึ่งหน้าทีเดียว ลองดูนะครับไม่เสียหลายหรอกสละเวลาซักนิดยกหูโทรศัพท์เสียไม่กี่บาทแต่ท่านอาจจะประหยัดเงินได้หลายร้อยหรือหลายพันบามเลยทีเดียว(ผมเคยได้สูงสุดกว่า 2000บาทครับ)*****</span></p>
<p><span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">*****เราเป็นผู้จ่ายเงินจงเลือกในสิ่งที่เห็นว่าคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปมากที่สุด เราเป็นลูกค้ามีสิทธิ์เลือก อย่าตกเป็นเหยื่อของความไม่ชอบธรรม บริษัทประกันต้องเป็นฝ่ายง้อเราถึงจะถูก ไม่ใช่ให้เราเป็นฝ่ายไปง้อ*****</span></p>
<p><span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">*****ยังมีบริษัทประกันอีกมากมายให้เราเลือกใช้บริการ ใช่ว่าบริษัทใหญ่จะดีเสมอไป(อย่าให้เอ่ยชื่อเลย)บางที่ก็ใหญ่แต่ชื่อแต่บริการไม่เป็นสัปะรดแมวแถมเล่นแง่สุดๆก็มีถมไป ปล่อยให้เขาตายไปพร้อมกับชื่อเสียงและความภาคภูมิใจนั้นเหอะครับ*****</span></p>
<p> <span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">*****เลือกที่ซื่อสัตย์จริงใจกับเรามากที่สุด ใหญ่เล็กไม่สำคัญ ขอให้บริการดีเป็นใช้ได้ ไม่ใช่ว่าเวลาเก็บตังค์นะพูดดี แต่เวลาจะเรียกร้องค่าเสียหายยังจะเราเป็นชู้จะลูกเมียท่านยังไงยังงั้นแหละ อันนี้พูดดีก็น่าต่อประกันด้วยแม้จะแพงบ้างนิดหน่อยก็ถือว่าซื้อบริการ แต่ถ้ามีการเรียกร้องค่าเสียหายแล้วเจอประเภทนี้เปลี่ยนเหอะครับไม่นานเดี๋ยวก็เจ๊งไปเอง*****</span></p>
<p> <span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">*****การเปลี่ยนบริษัทประกันเหมาะสำหรับผู้ที่ใช้รถติดต่อกันนานๆหรืออาจจะไม่คิดจะขายเท่านั้น ส่วนผู้ที่วางแผนขายล่วงหน้าไว้แล้วการเปลี่ยนบริษัทประกันอาจจะถูกมองว่าเป็นการหมกเม็ดหรือลบประวัติไม่ดีทิ้งก็อาจจะเป็นได้ แต่ถ้าการวางแผนขายนั้นอยู่ในรูปของการตีเทิร์นหรือขายเข้าเต็นท์ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด มันก็เป็นดาบสองคมเสมอ แต่สิ่งที่ได้รับจากการเปลี่ยนบริษัทประกันคือเราจะรู้ว่าบริษัทถูกกว่า-บริการดีกว่า-ไม่เล่นแง่ตอนเคลม และเมื่อนั้นเราก็สามารถผูกขาดการทำประกันกับบริษัทที่เราเห็นว่าดีที่สุดได้เลย เป็นสิ่งที่น่าค้นหาคำตอบนะครับ*****</span></p>
<p> <span style="font-size: x-small;font-family: tahoma">&#8230;&#8230;&#8230;.ที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นเพียงความรู้สึกและบทเรียนจากประสบการณ์ส่วนตัวเท่านั้น&#8230;ไม่ได้ต้องการสร้างศัตรูหรือว่ากล่าวให้ร้ายกับบุคคลหนึ่งบุคคลใดหรือบริษัทหนึ่งบริษัทใด&#8230;&#8230;แค่อยากสื่ออกไปในสิ่งที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตเท่านั้น&#8230;.โปรดไตร่ตรองอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ&#8230;&#8230;..ถ้าส่งหนึ่งสิ่งใดหรือคำพูดใดๆสร้างความขุ่นข้องหมองใจให้กับใครหรือท่านใดก็ขอกราบอภัยล่วงหน้านะครับ&#8230;&#8230;..</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.haarod.com/article/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad-2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความแตกต่างระหว่าง แก๊ส LPG และ ก๊าซ NGV</title>
		<link>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%aa.html</link>
		<comments>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%aa.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Mar 2010 07:00:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[รถหรู]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.haarod.com/article/?p=217</guid>
		<description><![CDATA[ความแตกต่างระหว่างก๊าซธรรมชาติ (Natural Gas Vehicles: NGV) และก๊าซปิโตรเลียมเหลว (Liquefied Petroleum Gas: LPG)
• ก๊าซธรรมชาติ (NGV) เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนซึ่งมีองค์ประกอบของก๊าซมีเทน (Methane) เป็น ส่วนใหญ่ จึงเป็นก๊าซที่มีน้ำหนักเบากว่าอากาศ การขนส่งไปยังผู้ใช้จะขนส่งผ่านทางท่อในรูปก๊าซภายใต้ ความดันสูง จึงไม่เหมาะสำหรับการขนส่งไกลๆ หรืออาจบรรจุใส่ถังในรูปก๊าซธรรมชาติอัดโดยใช้ความดันสูง หรือที่เรียกว่า CNG แต่ปัจจุบันมีการส่งก๊าซธรรมชาติในรูปของเหลวโดยทำก๊าซให้เย็นลงถึง –160 องศา เซลเซียส จะได้ของเหลวที่เรียกว่า Liquefied Natural Gas หรือ LNG ซึ่งสามารถขนส่งทางเรือไปที่ไกลๆ ได้ และเมื่อถึงปลายทางก่อนนำมาใช้ก็จะทำให้ของเหลวเปลี่ยนสถานะกลับเป็นก๊าซ อย่างเดิม ก๊าซธรรมชาติมีค่า ออกเทนสูงถึง 120 RON จึงสามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในยานยนต์ได้
• ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ซึ่งมีองค์ประกอบของก๊าซโพรเพน (Propane) เป็นส่วนใหญ่ จึงเป็นก๊าซที่หนักกว่าอากาศ โดยตัว LPG เองไม่มีสี ไม่มีกลิ่นเช่นเดียวกับก๊าซธรรมชาติ แต่เนื่องจากเป็นก๊าซที่หนักกว่าอากาศจึงมีการสะสมและลุกไหม้ได้ง่าย ดังนั้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ความแตกต่างระหว่างก๊าซธรรมชาติ (Natural Gas Vehicles: NGV) และก๊าซปิโตรเลียมเหลว (Liquefied Petroleum Gas: LPG)</p>
<p>• ก๊าซธรรมชาติ (NGV) เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนซึ่งมีองค์ประกอบของก๊าซมีเทน (Methane) เป็น ส่วนใหญ่ จึงเป็นก๊าซที่มีน้ำหนักเบากว่าอากาศ การขนส่งไปยังผู้ใช้จะขนส่งผ่านทางท่อในรูปก๊าซภายใต้ ความดันสูง จึงไม่เหมาะสำหรับการขนส่งไกลๆ หรืออาจบรรจุใส่ถังในรูปก๊าซธรรมชาติอัดโดยใช้ความดันสูง หรือที่เรียกว่า <span id="more-217"></span>CNG แต่ปัจจุบันมีการส่งก๊าซธรรมชาติในรูปของเหลวโดยทำก๊าซให้เย็นลงถึง –160 องศา เซลเซียส จะได้ของเหลวที่เรียกว่า Liquefied Natural Gas หรือ LNG ซึ่งสามารถขนส่งทางเรือไปที่ไกลๆ ได้ และเมื่อถึงปลายทางก่อนนำมาใช้ก็จะทำให้ของเหลวเปลี่ยนสถานะกลับเป็นก๊าซ อย่างเดิม ก๊าซธรรมชาติมีค่า ออกเทนสูงถึง 120 RON จึงสามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในยานยนต์ได้</p>
<p>• ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ซึ่งมีองค์ประกอบของก๊าซโพรเพน (Propane) เป็นส่วนใหญ่ จึงเป็นก๊าซที่หนักกว่าอากาศ โดยตัว LPG เองไม่มีสี ไม่มีกลิ่นเช่นเดียวกับก๊าซธรรมชาติ แต่เนื่องจากเป็นก๊าซที่หนักกว่าอากาศจึงมีการสะสมและลุกไหม้ได้ง่าย ดังนั้น จึงมีข้อกำหนดให้เติมสารมีกลิ่น เพื่อเป็นการเตือนภัยหากเกิดการรั่วไหล LPG ส่วนใหญ่จะใช้เป็นเชื้อเพลิงในครัวเรือนและกิจการอุตสาหกรรม โดยบรรจุเป็นของเหลวใส่ถังที่ทนความดันเพื่อให้ขนถ่ายง่าย นอกจากนี้ ยังนิยมใช้แทนน้ำมันเบนซินในรถยนต์ เนื่องจากราคาถูกกว่า และมีค่าออกเทนสูงถึง 105 RON<br />
ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติของ NG กับ LPG</p>
<p>หมายเหตุ<br />
1. ค่าออกเทน (Octane number) หมายถึง หน่วยการวัดความสามารถ ในการต้านทานการน็อคของเครื่องยนต์ 2. RON (Research Octane Number) เป็นค่าออกเทนที่มีประสิทธิภาพต่อต้านการน็อคในเครื่องยนต์หลายสูบ ที่ทำงานอยู่ในรอบของช่วงหมุนต่ำ โดยใช้เครื่องยนต์ทดสอบมาตรฐานภายใต้สภาวะมาตรฐาน 600 รอบ ต่อนาที 3. MON (Motor Octane Number) เป็นค่าออกเทนที่มีประสิทธิภาพต่อต้านการน็อคในเครื่องยนต์หลายสูบ ในขณะทำงานที่รอบสูง โดยใช้เครื่องยนต์ทดสอบมาตรฐานภายใต้สภาวะมาตรฐาน 900 รอบต่อนาที</p>
<p>หมายเหตุ : ค่าแรงดันก๊าซ<br />
LPG ขณะอยู่ในถังมีสถานะเป็นของเหลว มีค่าแรงดัน 100-130 PSI ( ปอล์นต่อตารางนิ้ว) หรือ 4-6 BAR<br />
NGV ขณะอยู่ในถังมีสถานะเป็นก๊าซ มีค่าแรงดัดประมาณ 2200-2800 PSI หากเติมเต็มๆจะถึง 3000 PSI หรือ 200 BAR<br />
ที่มา:การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย</p>
<p>เครดิต <a href="http://www.gasthai.com/article/html/22.html">http://www.gasthai.com/article/html/22.html</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%aa.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>10 อันดับรถสวยแห่งปี 2009</title>
		<link>http://www.haarod.com/article/10-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2009.html</link>
		<comments>http://www.haarod.com/article/10-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2009.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 05 Mar 2010 04:48:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ann</dc:creator>
				<category><![CDATA[รถหรู]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.haarod.com/article/?p=127</guid>
		<description><![CDATA[10  อันดับรถสวยแห่ง ปี 2009
 
    นอกเหนือไปจากสมรรถนะ, อัตราการสิ้นเปลือง, ราคาและห้องโดยสารซึ่งผู้ใช้รถให้ความสำคัญในการที่จะครอบครองรถซักคันแล้ว ภาพลักษณ์ภายนอกของตัวรถก็เป็นอีกปัจจัยที่ดึงดูดใจติดอันดับต้นๆ เช่นกัน หรือใครที่ซื้อรถเพราะถูกใจอย่างอื่นแต่ไม่ชอบรูปลักษณ์กันบ้างล่ะครับ และก็เป็นประจำของทุกปีที่จะต้องมีการจัดอันดับเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะกับความต้องตาต้องใจของรูปลักษณ์ภายนอกที่จะมีรางวัลมอบให้เป็น ประจำทุกปี ซึ่งบางอย่างก็อาจจะดูขัดหูขัดตาเราไปบ้าง อันนี้ก็แล้วแต่มุมมองของผู้มอบรางวัลแล้วล่ะครับ
    รูปลักษณ์เย้ายวนใจ…แต่อาจไม่ใช่รถที่สวยที่สุด
และการจัดอันดับ “นาย T” นำเสนอนี้ เป็นการจัดอันดับของ www.forbes.com กับ 10 อันดับยนตกรรมสุดเย้ายวนใจของปี 2009 เดี๋ยวเนื้อที่จะไม่พอ ว่าแล้วก็ขออนุญาตดำเนินรายการเลยล่ะกันครับ

    ยนตกรรมไซส์จิ๋ว (จริงๆ แล้วต้องเรียก Microcar) ในแบบเครื่องวางหลัง-ขับล้อหลัง ที่ไปไหนมาไหนได้แค่ 2 ที่นั่ง มีให้เลือกทั้งแบบแฮทช์แบ็ค 3 ประตูและเปิดประทุน เปิดตัวครั้งแรกในปี 1998 ก่อนจะเปลี่ยนเป็น 2nd Generation เมื่อปี 2008 ที่ผ่านมา กับความยาวทั้งคันเพียง 2,690 มม. เท่านั้น เหมาะสำหรับคนเมืองโดยแท้

    ยนตกรรมอีกแบรนด์ที่เรียกร้องสายตาจากผู้พบเห็นได้ทุกเมื่อ หลังจากที่เข้าอยู่ใต้ปีกของ BMW Group [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div><span style="font-size: medium"><strong><span style="font-size: medium"><strong>10  อันดับรถสวยแห่ง ปี 2009</strong></span></strong></span></div>
<p><span style="font-size: medium"> <img src="http://lh6.ggpht.com/_iW6tyBWq2Sk/SrHVniXWZ5I/AAAAAAAAAMw/rqUT38mLsmU/s400/car1_04.jpg" alt="" /></span></p>
<p><span style="font-size: medium">    นอกเหนือไปจากสมรรถนะ, อัตราการสิ้นเปลือง, ราคาและห้องโดยสารซึ่งผู้ใช้รถให้ความสำคัญในการที่จะครอบครองรถซักคันแล้ว ภาพลักษณ์ภายนอกของตัวรถก็เป็นอีกปัจจัยที่ดึงดูดใจติดอันดับต้นๆ เช่นกัน หรือใครที่ซื้อรถเพราะถูกใจอย่างอื่นแต่ไม่ชอบรูปลักษณ์กันบ้างล่ะครับ และก็เป็นประจำของทุกปีที่จะต้องมีการจัดอันดับเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะกับความต้องตาต้องใจของรูปลักษณ์ภายนอกที่จะมีรางวัลมอบให้เป็น ประจำทุกปี ซึ่งบางอย่างก็อาจจะดูขัดหูขัดตาเราไปบ้าง อันนี้ก็แล้วแต่มุมมองของผู้มอบรางวัลแล้วล่ะครับ<span id="more-127"></span></span></p>
<p><span style="font-size: medium"><strong>    รูปลักษณ์เย้ายวนใจ…แต่อาจไม่ใช่รถที่สวยที่สุด</strong><br />
และการจัดอันดับ “นาย T” นำเสนอนี้ เป็นการจัดอันดับของ www.forbes.com กับ 10 อันดับยนตกรรมสุดเย้ายวนใจของปี 2009 เดี๋ยวเนื้อที่จะไม่พอ ว่าแล้วก็ขออนุญาตดำเนินรายการเลยล่ะกันครับ</span></p>
<div><span style="font-size: medium"><img src="http://lh5.ggpht.com/_iW6tyBWq2Sk/SrHV_SNiDvI/AAAAAAAAAM0/N17ckLn2ijs/s400/car1_06.jpg" alt="" /></span></div>
<p><span style="font-size: medium">    ยนตกรรมไซส์จิ๋ว (จริงๆ แล้วต้องเรียก Microcar) ในแบบเครื่องวางหลัง-ขับล้อหลัง ที่ไปไหนมาไหนได้แค่ 2 ที่นั่ง มีให้เลือกทั้งแบบแฮทช์แบ็ค 3 ประตูและเปิดประทุน เปิดตัวครั้งแรกในปี 1998 ก่อนจะเปลี่ยนเป็น 2nd Generation เมื่อปี 2008 ที่ผ่านมา กับความยาวทั้งคันเพียง 2,690 มม. เท่านั้น เหมาะสำหรับคนเมืองโดยแท้</span></p>
<div><span style="font-size: medium"><img src="http://lh3.ggpht.com/_iW6tyBWq2Sk/SrHWBGR5SXI/AAAAAAAAANQ/6SvhO4CDcRQ/s400/car1_08.jpg" alt="" /></span></div>
<p><span style="font-size: medium">    ยนตกรรมอีกแบรนด์ที่เรียกร้องสายตาจากผู้พบเห็นได้ทุกเมื่อ หลังจากที่เข้าอยู่ใต้ปีกของ BMW Group ก็กลับมาสร้างความคึกคักให้กับโลกยานยนต์อีกครั้ง โดยเปิดตัว 1st Generation MINI ในปี 2001 ก่อนจะเปลี่ยนสู่ 2nd Generation เมื่อปี 2007 ที่ผ่านมา กับบอดี้ที่มีให้เลือกทั้งแบบแฮทช์แบ๊ค, เปิดประทุนและแวน 5 ประตู</span></p>
<div><span style="font-size: medium"><img src="http://lh6.ggpht.com/_iW6tyBWq2Sk/SrHWJNw4NTI/AAAAAAAAANo/4u9D2NOzt6U/s400/car1_101.jpg" alt="" /></span></div>
<p><span style="font-size: medium">    ติดอันดับยนตกรรมขายดีอีกรุ่นของ VOLKSWAGEN โดย Golf GTI รุ่นที่ได้รับรางวัลดังกล่าวเป็น Mk5 (หรือเจเนอเรชั่นที่ 5 นั่นแหละ) ที่ว่ากันว่าค่อนข้างครบเครื่อง ทั้งสมรรถนะ, ด้วยรูปลักษณ์และแฮนด์ลิ่งชั้นยอด จากเครื่องยนต์เบ็นซิน-เทอร์โบ 2.0 ลิตร 197 แรงม้า</span></p>
<div><span style="font-size: medium"><img src="http://lh4.ggpht.com/_iW6tyBWq2Sk/SrHWCZItW1I/AAAAAAAAANU/qxYvGhY_JF4/s400/car1_12.jpg" alt="" /></span></div>
<p><span style="font-size: medium">    ยนตกรรมในแบบ Roadster ไซส์เล็กจากค่ายดาวสามแฉก ภายใต้แนวคิดสปอร์ต, เบาและสั้น (SLK ย่อมาจาก Sportlich, Leicht und Kurz ในภาษาเยอรมันครับ) กับรหัส R 171 ที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 2004 ก่อนจะปรับเปลี่ยนหน้าตากันเล็กน้อยเมื่อปลายปี 2007 ที่ผ่านมา</span></p>
<div><span style="font-size: medium"><img src="http://lh6.ggpht.com/_iW6tyBWq2Sk/SrHWDkASUtI/AAAAAAAAANY/9bWa6IIoeeQ/s400/car1_14.jpg" alt="" /></span></div>
<p><span style="font-size: medium">    หลายคนอาจจะไม่คุ้นหู จริงๆ แล้ว CC ก็คือ Passat รุ่นที่จำหน่ายในสหรัฐอเมริกานั่นเองครับ ส่วนถ้าเป็นบ้านเกิดเมืองนอนก็จะเรียกว่า Passat CC ซึ่งพิกัดจะอยู่ระหว่าง Passat กับ Phaeton และเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้วนี่เองครับ</span></p>
<div><span style="font-size: medium"><img src="http://lh4.ggpht.com/_iW6tyBWq2Sk/SrHWFU2F9AI/AAAAAAAAANc/j7U_ipN67Hg/s400/car1_16.jpg%22" alt="" /></span></div>
<p><span style="font-size: medium">    3rd Generation DODGE Challenger ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2008 (แต่เจเนอเรชั่นแรกว่ากันตั้งแต่ปี 1970) กับบอดี้ในแบบคูเป้ 2 ประตู มาพร้อมกับเครื่องยนต์คือ 3.5 ลิตร, 5.7 ลิตรและ 6.1 ลิตร (นี่ขนาดมิดไซส์นะเนี่ย)</span></p>
<div><span style="font-size: medium"><img src="http://lh5.ggpht.com/_iW6tyBWq2Sk/SrHWKdoORUI/AAAAAAAAANs/pRnuYtlRens/s400/car1_181.jpg%22" alt="" /></span></div>
<p><span style="font-size: medium">     บิ๊กซีดาน (Full-Sized Sedan) ของค่ายรถแดนโสม ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปีที่แล้วนี่เอง กับแพลตฟอร์มในแบบเครื่องวางหน้า-ขับเคลื่อนล้อหลัง กับเครื่องยนต์ที่มีให้เลือก 3 บล็อค คือ 3.3 ลิตร, 3.6 ลิตร และ 4.6 ลิตร และคาดว่าเร็วๆ นี้ก็จะมีบอดี้คูเป้ตามมาด้วยล่ะครับ</span></p>
<div><span style="font-size: medium"><img src="http://lh6.ggpht.com/_iW6tyBWq2Sk/SrHWL10t76I/AAAAAAAAANw/Rex2GUG58II/s400/car1_201.jpg%22" alt="" /></span></div>
<p><span style="font-size: medium">    ซีดานระดับเรือธงจาก MERCEDES-BENZ ที่ไร้ซึ่งข้อกังขาในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์, ความหรูหรา, ราคาและความปลอดภัย เพราะมีตำแหน่ง “ซีดานหรูที่ขายดีที่สุดโลก” เป็นประกันอยู่แล้ว ปัจจุบันก้าวเข้าสู่เจเนอเรชั่นที่ 9 กับรหัส W 221 ซึ่งเปิดตัวตั้งแต่ปี 2006 ครับ</span></p>
<div>
<p><span style="font-size: medium"><img src="http://lh3.ggpht.com/_iW6tyBWq2Sk/SrHWGp5HS-I/AAAAAAAAANg/M1iXhWGkq4Q/s400/car1_22.jpg%22" alt="" /></span></p>
<p><span style="font-size: medium">    ลำดับที่ 6 ของยนตกรรมซีดานขนาดกลางจาก VOLKSWAGEN ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2005 ซึ่งมีให้เลือกทั้งซีดานและเอสเตท (ตลาดอเมริกา) กับเครื่องยนต์ที่มีให้เลือกทั้งเบ็นซินและดีเซลถึง 10 บล็อค ส่วนระบบขับเคลื่อนมีทั้งแบบขับหน้าและ 4WD</span></p>
<p><span style="font-size: medium"><img src="http://lh3.ggpht.com/_iW6tyBWq2Sk/SrHWH-FqP9I/AAAAAAAAANk/-Hh_MYvgJxU/s400/car1_24.jpg" alt="" /></span></p>
</div>
<p><span style="font-size: medium">    ซีดานขนาดใหญ่ลำดับที่ 8 ในอนุกรม Maxima กับรหัส A 35 ที่ใช้พื้นฐานโครงสร้าง (NISSAN D Platform) ร่วมกับ Murano และ Altima โดยเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้วนี่เอง ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V 6 ขนาด 3.5 ลิตร ผ่านล้อคู่หน้าครับ</span></p>
<p><span style="font-size: medium">    เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับ 10 อันดับยนตกรรมสุดเย้ายวนใจของปี 2009 อาจจะมีที่ไม่ค่อยคุ้นบ้างตามความหลากหลายของตัวรถ ซึ่งตลาดของอเมริกานั้นใหญ่กว่าของบ้านเราอยู่แล้ว ก็เลยอาจจะมีรุ่นรถยนต์ที่ในบ้านเราไม่มีติดอันดับอยู่พอสมควร ส่วนเรื่องเข้าตาหรือไม่นั้น อันนี้ก็นานาจิตตังล่ะครับ ก็ขนาดว่ารถรุ่นเดียวกัน แต่ขายต่างที่ต่างทาง หน้าตายังไม่เหมือนกันเลยครับ</span></p>
<p><span style="font-size: medium"> </span></p>
<p><span style="font-size: medium">ที่มา :&gt; http://www.thaicartrick.com/10-อันดับรถสวยแห่งปี2009/</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.haarod.com/article/10-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2009.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หนึ่งเดียวคันนี้! Pagani Zonda Tricolori</title>
		<link>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89-pagani-zonda-tricolori.html</link>
		<comments>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89-pagani-zonda-tricolori.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 02 Mar 2010 03:35:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ann</dc:creator>
				<category><![CDATA[รถหรู]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.haarod.com/article/?p=90</guid>
		<description><![CDATA[         หายหน้าหายตาไปนานสำหรับ Pagani ค่ายซุปเปอร์คาร์ค่าตัวแพงระยับที่ล่าสุดเตรียมอวดโฉมซุปเปอร์คาร์รุ่น One Off หรือหนึ่งเดียวคันนี้ที่จะผลิตออกมาที่เตรียมเข้าร่วมงาน Geneva Motor Show โดยใช้ชื่อรุ่นว่า Zonda Tricolore ซึ่งจะถูกสร้างขึ้นมาเนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปีของฝูงบินผาดโผนกองทัพอิตาลีที่มีชื่อว่า Frecce Tricolori
 
Zonda Tricolore ใช้ Zonda Cinque เป็นรถพื้นฐาน โดยตัวถังทั้งหมดทำด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ โดยด้านหน้ามีการใช้ไฟ LED ทำเป็นรูปครีบหางของเครื่องบิน โดย Tricolore แทนช่องไอดีของรุ่น Cinque ด้วยครีบเรียวเล็กแนวตั้งบนฝากระโปรงรถ ซึ่งจุดประสงค์ของการใช้ครีบลักษณะนี้จะมีการเปิดเผยในงานมอเตอร์โชว์ ส่วนระบบส่งกำลังเป็นแบบ paddle shift อัตโนมัติ
 
ตัวถังมีการเคลือบแลคเกอร์สีน้ำเงินและทำลายเลียนแบบเครื่องบิน Frecce Tricolori บริเวณข้างตัวรถ ส่วนราคาของ Zonda Tricolori ทาง Pagani ติดป้ายขายแบบไม่เกรงใจใครที่ 1.3 ล้านยูโรครับ
    

 
ขอบคุณที่มา : www.autospinn.com
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: small">         หายหน้าหายตาไปนานสำหรับ Pagani ค่ายซุปเปอร์คาร์ค่าตัวแพงระยับที่ล่าสุดเตรียมอวดโฉมซุปเปอร์คาร์รุ่น One Off หรือหนึ่งเดียวคันนี้ที่จะผลิตออกมาที่เตรียมเข้าร่วมงาน Geneva Motor Show โดยใช้ชื่อรุ่นว่า Zonda Tricolore ซึ่งจะถูกสร้างขึ้นมาเนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปีของฝูงบินผาดโผนกองทัพอิตาลีที่มีชื่อว่า Frecce Tricolori</span></p>
<p><a href="http://www.autospinn.com/wp-content/gallery/pagani-zonda-tricolore/pagani-zonda-tricolore-01.jpg"><span style="font-size: small"><img src="http://www.autospinn.com/wp-content/plugins/nextgen-gallery/nggshow.php?pid=17567&amp;width=490&amp;height=360&amp;mode=" alt="pagani-zonda-tricolore-01" /> </span></a></p>
<p><span style="font-size: small">Zonda Tricolore ใช้ Zonda Cinque เป็นรถพื้นฐาน โดยตัวถังทั้งหมดทำด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ โดยด้านหน้ามีการใช้ไฟ LED ทำเป็นรูปครีบหางของเครื่องบิน โดย Tricolore แทนช่องไอดีของรุ่น Cinque ด้วยครีบเรียวเล็กแนวตั้งบนฝากระโปรงรถ ซึ่งจุดประสงค์ของการใช้ครีบลักษณะนี้จะมีการเปิดเผยในงานมอเตอร์โชว์ ส่วนระบบส่งกำลังเป็นแบบ paddle shift อัตโนมัติ</span></p>
<p><a href="http://www.autospinn.com/wp-content/gallery/pagani-zonda-tricolore/pagani-zonda-tricolore-07.jpg"><span style="font-size: small"><img src="http://www.autospinn.com/wp-content/plugins/nextgen-gallery/nggshow.php?pid=17573&amp;width=490&amp;height=360&amp;mode=" alt="pagani-zonda-tricolore-07" /> </span></a></p>
<p><span style="font-size: small">ตัวถังมีการเคลือบแลคเกอร์สีน้ำเงินและทำลายเลียนแบบเครื่องบิน Frecce Tricolori บริเวณข้างตัวรถ ส่วนราคาของ Zonda Tricolori ทาง Pagani ติดป้ายขายแบบไม่เกรงใจใครที่ 1.3 ล้านยูโรครับ</span></p>
<p><a href="http://www.autospinn.com/wp-content/gallery/pagani-zonda-tricolore/pagani-zonda-tricolore-09.jpg"><span style="font-size: small"><img src="http://www.autospinn.com/wp-content/plugins/nextgen-gallery/nggshow.php?pid=17575&amp;width=490&amp;height=360&amp;mode=" alt="pagani-zonda-tricolore-09" /> </span></a><a href="http://www.autospinn.com/wp-content/gallery/pagani-zonda-tricolore/pagani-zonda-tricolore-08.jpg"><span style="font-size: small"> </span></a><a href="http://www.autospinn.com/wp-content/gallery/pagani-zonda-tricolore/pagani-zonda-tricolore-11.jpg"><span style="font-size: small"><img src="http://www.autospinn.com/wp-content/plugins/nextgen-gallery/nggshow.php?pid=17577&amp;width=490&amp;height=360&amp;mode=" alt="pagani-zonda-tricolore-11" /> </span></a><a href="http://www.autospinn.com/wp-content/gallery/pagani-zonda-tricolore/pagani-zonda-tricolore-06.jpg"><span style="font-size: small"><img src="http://www.autospinn.com/wp-content/plugins/nextgen-gallery/nggshow.php?pid=17572&amp;width=490&amp;height=360&amp;mode=" alt="pagani-zonda-tricolore-06" /> </span></a><a href="http://www.autospinn.com/wp-content/gallery/pagani-zonda-tricolore/pagani-zonda-tricolore-12.jpg"><span style="font-size: small"><img src="http://www.autospinn.com/wp-content/plugins/nextgen-gallery/nggshow.php?pid=17578&amp;width=490&amp;height=360&amp;mode=" alt="pagani-zonda-tricolore-12" /></span></a></p>
<p><a href="http://www.autospinn.com/wp-content/gallery/pagani-zonda-tricolore/pagani-zonda-tricolore-08.jpg"><span style="font-size: small"><img src="http://www.autospinn.com/wp-content/plugins/nextgen-gallery/nggshow.php?pid=17574&amp;width=490&amp;height=360&amp;mode=" alt="pagani-zonda-tricolore-08" /></span></a></p>
<p><span style="font-size: small"> </span></p>
<p><span style="font-size: small">ขอบคุณที่มา : </span><a href="http://www.autospinn.com"><span style="font-size: small">www.autospinn.com</span></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89-pagani-zonda-tricolori.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สองซุปเปอร์คาร์ในร่างเดียว Lamborghini</title>
		<link>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80.html</link>
		<comments>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 02 Mar 2010 03:22:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ann</dc:creator>
				<category><![CDATA[รถหรู]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.haarod.com/article/?p=84</guid>
		<description><![CDATA[          ช่วงนี้มักจะมีข่าวรถตลาดบ้านๆแปลงโฉมไปเป็นซุปเปอร์คาร์ให้เห็นบ่อยครั้ง ล่าสุด CDC International สำนักแต่งเมืองเบียร์เกาะกระแสแปลงโฉมรถกับเขาบ้าง แต่ครั้งนี้ต่างจากกรณีที่ผ่านมาเพราะเป็นการแปลงโฉมซุปเปอร์คาร์ให้เป็นซุปเปอร์คาร์ ที่สำคัญก็คือ เป็นการแปลงโฉมข้ามรุ่นของรถยี่ห้อเดียวกันนั่นก็คือ การแปลง Lamborghini Gallardo ซุปเปอร์คาร์สุดฮิตให้เป็น Lamborghini Reventon สุดยอดซุปเปอร์คาร์รุ่นล่าสุดและเป็นรถในฝันของมหาเศรษฐีทั่วโลก งานนี้ CDC ได้ปรับแต่งเครื่องยนต์ให้มีกำลังสูงถึง 800 แรงม้าพร้อมตกแต่งภายในด้วยเช่นกัน ส่วนภายนอกจะเหมือนแค่ไหนอย่างไรก็เชิญทัศนาและแสดงความคิดเห็นได้ตามสะดวกครับ
      
 
ขอบคุณที่มา : www.autospinn.com
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: small">          ช่วงนี้มักจะมีข่าวรถตลาดบ้านๆแปลงโฉมไปเป็นซุปเปอร์คาร์ให้เห็นบ่อยครั้ง ล่าสุด CDC International สำนักแต่งเมืองเบียร์เกาะกระแสแปลงโฉมรถกับเขาบ้าง แต่ครั้งนี้ต่างจากกรณีที่ผ่านมาเพราะเป็นการแปลงโฉมซุปเปอร์คาร์ให้เป็นซุปเปอร์คาร์ ที่สำคัญก็คือ เป็นการแปลงโฉมข้ามรุ่นของรถยี่ห้อเดียวกันนั่นก็คือ การแปลง Lamborghini Gallardo ซุปเปอร์คาร์สุดฮิตให้เป็น </span><a href="http://www.autospinn.com/2009/09/lamborghini-revention-roadster-%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%89%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%9F/" target="_blank"><span style="font-size: small">Lamborghini Reventon</span></a><span style="font-size: small"> สุดยอดซุปเปอร์คาร์รุ่นล่าสุดและเป็นรถในฝันของมหาเศรษฐีทั่วโลก งานนี้ CDC ได้ปรับแต่งเครื่องยนต์ให้มีกำลังสูงถึง 800 แรงม้าพร้อมตกแต่งภายในด้วยเช่นกัน ส่วนภายนอกจะเหมือนแค่ไหนอย่างไรก็เชิญทัศนาและแสดงความคิดเห็นได้ตามสะดวกครับ</span></p>
<p><a href="http://www.autospinn.com/wp-content/gallery/lamborghini-gallardo-reventon/lamborghini-gallardo-reventon-style-9.jpg"><span style="font-size: small"><img src="http://www.autospinn.com/wp-content/plugins/nextgen-gallery/nggshow.php?pid=17617&amp;width=490&amp;height=360&amp;mode=" alt="lamborghini-gallardo-reventon-style-9" /> </span></a><a href="http://www.autospinn.com/wp-content/gallery/lamborghini-gallardo-reventon/lamborghini-gallardo-reventon-style-12.jpg"><span style="font-size: small"><img src="http://www.autospinn.com/wp-content/plugins/nextgen-gallery/nggshow.php?pid=17620&amp;width=490&amp;height=360&amp;mode=" alt="lamborghini-gallardo-reventon-style-12" /> </span></a><a href="http://www.autospinn.com/wp-content/gallery/lamborghini-gallardo-reventon/lamborghini-gallardo-reventon-style-14.jpg"><span style="font-size: small"> </span></a><a href="http://www.autospinn.com/wp-content/gallery/lamborghini-gallardo-reventon/lamborghini-gallardo-reventon-style-16.jpg"><span style="font-size: small"><img src="http://www.autospinn.com/wp-content/plugins/nextgen-gallery/nggshow.php?pid=17624&amp;width=490&amp;height=360&amp;mode=" alt="lamborghini-gallardo-reventon-style-16" /> </span></a><a href="http://www.autospinn.com/wp-content/gallery/lamborghini-gallardo-reventon/lamborghini-gallardo-reventon-style-15.jpg"><span style="font-size: small"><img src="http://www.autospinn.com/wp-content/plugins/nextgen-gallery/nggshow.php?pid=17623&amp;width=490&amp;height=360&amp;mode=" alt="lamborghini-gallardo-reventon-style-15" /> </span></a><a href="http://www.autospinn.com/wp-content/gallery/lamborghini-gallardo-reventon/lamborghini-gallardo-reventon-style-17.jpg"><span style="font-size: small"><img src="http://www.autospinn.com/wp-content/plugins/nextgen-gallery/nggshow.php?pid=17625&amp;width=490&amp;height=360&amp;mode=" alt="lamborghini-gallardo-reventon-style-17" /> </span></a><a href="http://www.autospinn.com/wp-content/gallery/lamborghini-gallardo-reventon/lamborghini-gallardo-reventon-style-20.jpg"><span style="font-size: small"><img src="http://www.autospinn.com/wp-content/plugins/nextgen-gallery/nggshow.php?pid=17628&amp;width=490&amp;height=360&amp;mode=" alt="lamborghini-gallardo-reventon-style-20" /></span></a><a href="http://www.autospinn.com/wp-content/gallery/lamborghini-gallardo-reventon/lamborghini-gallardo-reventon-style-14.jpg"><span style="font-size: small"><img src="http://www.autospinn.com/wp-content/plugins/nextgen-gallery/nggshow.php?pid=17622&amp;width=490&amp;height=360&amp;mode=" alt="lamborghini-gallardo-reventon-style-14" /></span></a></p>
<p><span style="font-size: small"> </span></p>
<p><span style="font-size: small">ขอบคุณที่มา : </span><a href="http://www.autospinn.com"><span style="font-size: small">www.autospinn.com</span></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Opel Flextreme GT/E สปอร์ทคูเป้ 5 ประตูพลังงาน</title>
		<link>http://www.haarod.com/article/opel-flextreme-gte-%e0%b8%aa%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89-5-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b9%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1.html</link>
		<comments>http://www.haarod.com/article/opel-flextreme-gte-%e0%b8%aa%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89-5-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b9%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 20 Feb 2010 08:14:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ann</dc:creator>
				<category><![CDATA[รถหรู]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.haarod.com/article/?p=68</guid>
		<description><![CDATA[          General Motors ต่อยอดการใช้เทคโนโลยีรถพลังงานไฟฟ้าด้วยการนำไปพัฒนาสร้างระบบขับเคลื่อนให้กับรถที่มีขนาดใหญ่ขึ้น นอกเหนือจากที่ได้ใช้กับรถขนาดเล็กอย่าง Chevrolet Volt หรือรุ่นคู่แฝดที่ใช้ชื่อในยุโรปอย่าง Opel Ampera ซึ่งรถขนาดใหญ่ที่ว่ายังเป็นรถแนวคิดหรือ Concept Car อยู่ ภายใต้ชื่อรุ่นว่า Opel Flextreme GT/E โดยเตรียมที่จะอวดโฉมในงาน Geneva Motor Show
 
          จากการเปิดเผยของรองประธานฝ่ายวางแผนองค์กรและผลิตภัณฑ์ นาย Frank Weber เผยว่า รถแนวคิด Flextreme GT/E นี้ เป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึงรูปทรงการออกแบบรถยนต์ของบริษัทฯที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของทั้งรถขนาดเล็กและใหญ่ในทุกเซกเมนต์ของตลาดรถยนต์
 
           Flextreme GT/E เป็นรถคูเป้ 5 ประตู ที่มีขนาดความยาวถึง 4.7 เมตร มีลักษณะเด่นคือ การใช้การเปิดประตูหลังแบบตู้กับข้าว คือเปิดประตูจากกึ่งกลางรถมายังด้านหลังแทนที่การเปิดประตูหลังแบบรถยนต์ทั่วไป ซึ่งได้มีการใช้ประตูลักษณะกับรุ่นอื่นๆมาแล้ว เช่น Insignia, Astra และ Meriva
 
          และไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ที่โดดเด่นเท่านั้น Flextreme GT/E [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: small">          General Motors ต่อยอดการใช้เทคโนโลยีรถพลังงานไฟฟ้าด้วยการนำไปพัฒนาสร้างระบบขับเคลื่อนให้กับรถที่มีขนาดใหญ่ขึ้น นอกเหนือจากที่ได้ใช้กับรถขนาดเล็กอย่าง Chevrolet Volt หรือรุ่นคู่แฝดที่ใช้ชื่อในยุโรปอย่าง Opel Ampera ซึ่งรถขนาดใหญ่ที่ว่ายังเป็นรถแนวคิดหรือ Concept Car อยู่ ภายใต้ชื่อรุ่นว่า Opel Flextreme GT/E โดยเตรียมที่จะอวดโฉมในงาน Geneva Motor Show</span></p>
<p style="text-align: center"><a href="http://www.autospinn.com/wp-content/gallery/opel-flextreme/opel-flextreme-gte-concept-7.jpg"><span style="font-size: small"><img class="aligncenter" src="http://www.autospinn.com/wp-content/plugins/nextgen-gallery/nggshow.php?pid=17295&amp;width=490&amp;height=360&amp;mode=" alt="opel-flextreme-gte-concept-7" /> </span></a></p>
<p><span style="font-size: small">          จากการเปิดเผยของรองประธานฝ่ายวางแผนองค์กรและผลิตภัณฑ์ นาย Frank Weber เผยว่า รถแนวคิด Flextreme GT/E นี้ เป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึงรูปทรงการออกแบบรถยนต์ของบริษัทฯที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของทั้งรถขนาดเล็กและใหญ่ในทุกเซกเมนต์ของตลาดรถยนต์</span></p>
<p style="text-align: center"><a href="http://www.autospinn.com/wp-content/gallery/opel-flextreme/opel-flextreme-gte-concept-6.jpg"><span style="font-size: small"><img class="aligncenter" src="http://www.autospinn.com/wp-content/plugins/nextgen-gallery/nggshow.php?pid=17294&amp;width=490&amp;height=360&amp;mode=" alt="opel-flextreme-gte-concept-6" /> </span></a></p>
<p><span style="font-size: small">           Flextreme GT/E เป็นรถคูเป้ 5 ประตู ที่มีขนาดความยาวถึง 4.7 เมตร มีลักษณะเด่นคือ การใช้การเปิดประตูหลังแบบตู้กับข้าว คือเปิดประตูจากกึ่งกลางรถมายังด้านหลังแทนที่การเปิดประตูหลังแบบรถยนต์ทั่วไป ซึ่งได้มีการใช้ประตูลักษณะกับรุ่นอื่นๆมาแล้ว เช่น Insignia, Astra และ Meriva</span></p>
<p style="text-align: center"><a href="http://www.autospinn.com/wp-content/gallery/opel-flextreme/opel-flextreme-gte-concept-9.jpg"><span style="font-size: small"><img class="aligncenter" src="http://www.autospinn.com/wp-content/plugins/nextgen-gallery/nggshow.php?pid=17297&amp;width=490&amp;height=360&amp;mode=" alt="opel-flextreme-gte-concept-9" /> </span></a></p>
<p><span style="font-size: small">          และไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ที่โดดเด่นเท่านั้น Flextreme GT/E มีค่าสัมประสิทธิ์แรงฉุดเพียง 0.22 ทำให้สามารถทำคามเร็วแตะระดับ 200 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้สบายๆ ในขณะที่ยังสามารถประหยัดพลังงานและยืดระยะทางทำการให้ยาวขึ้นไปอีก</span></p>
<p style="text-align: center"><a href="http://www.autospinn.com/wp-content/gallery/opel-flextreme/opel-flextreme-gte-concept-8.jpg"><span style="font-size: small"><img class="aligncenter" src="http://www.autospinn.com/wp-content/plugins/nextgen-gallery/nggshow.php?pid=17296&amp;width=490&amp;height=360&amp;mode=" alt="opel-flextreme-gte-concept-8" /> </span></a></p>
<p><span style="font-size: small">          สิ่งที่เตะตาที่สุดและแปลกไม่เหมือนใครก็คือ สปอยเลอร์คู่ที่ซ่อนอยู่ในคิ้วล้อหลังทั้งสองข้างซึ่งสามารถเลื่อนตำแหน่งเข้าออกได้ โดยสามารถยืดออกมาได้ถึง 350 มิลลิเมตรที่ระดับความเร็วรถที่ 50 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพื่อบังคับทิศทางลมบริเวณมุมหลังของตัวรถเพื่อลดกระแสลมป่วนให้น้อยลง สิ่งที่น่าสนใจอื่นๆของรถรุ่นนี้ก็คือ ที่จับประตูแบบซ่อนตัวที่ตอนนี้มีการใช้เซนเซอร์แสงทดแทน ล้ออัลลอยขอบ 21 นิ้วที่ออกแบบพิเศษหุ้มด้วยยางแรงต้านการหมุนต่ำขนาดที่ค่อนข้างแคบคือ 195/45</span></p>
<p style="text-align: center"><a href="http://www.autospinn.com/wp-content/gallery/opel-flextreme/opel-flextreme-gte-concept-4.jpg"><span style="font-size: small"><img class="aligncenter" src="http://www.autospinn.com/wp-content/plugins/nextgen-gallery/nggshow.php?pid=17292&amp;width=490&amp;height=360&amp;mode=" alt="opel-flextreme-gte-concept-4" /> </span></a></p>
<p><span style="font-size: small">          ระบบขับเคลื่อนของ Opel Flextreme GT/E เป็นระบบเดียวกับที่ใช้กับ Chevy Volt คือ มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 160 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 370 นิวตันเมตร ส่งกำลังขับเคลื่อนไปยังล้อหน้า และในระยะทางช่วงแรกที่ไม่เกิน 60 กิโลเมตร พลังงานรถจะมาจากชุดแบตเตอรี่ลิเธี่ยมอิออนที่ติดตั้งบริเวณพื้นใต้เบาะหลัง</span></p>
<p style="text-align: center"><a href="http://www.autospinn.com/wp-content/gallery/opel-flextreme/opel-flextreme-gte-concept-5.jpg"><span style="font-size: small"><img class="aligncenter" src="http://www.autospinn.com/wp-content/plugins/nextgen-gallery/nggshow.php?pid=17293&amp;width=490&amp;height=360&amp;mode=" alt="opel-flextreme-gte-concept-5" /> </span></a></p>
<p><span style="font-size: small">          และหลังจากที่พลังงานจากแบตเตอรี่เริ่มหมด เครื่องยนต์เบนซิน 1.4 ลิตรจะเริ่มทำงานเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพื่อการจ่ายกระแสไฟ ซึ่งในโหมดการทำงานนี้จะทำให้ระยะทางทำการยืดออกไปมากกว่า 500 กิโลเมตร</span></p>
<p style="text-align: center"><a href="http://www.autospinn.com/wp-content/gallery/opel-flextreme/opel-flextreme-gte-concept-16.jpg"><span style="font-size: small"><img class="aligncenter" src="http://www.autospinn.com/wp-content/plugins/nextgen-gallery/nggshow.php?pid=17289&amp;width=490&amp;height=360&amp;mode=" alt="opel-flextreme-gte-concept-16" /> </span></a></p>
<p><span style="font-size: small">          Opel เผยว่าอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงจะอยู่ที่ 1.6 ลิตร/100 กิโลเมตร ในขณะที่อัตราการปล่อย CO2 สู่อากาศจะน้อยกว่า 40 กรัม/กิโลเมตร ส่วนอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ของรถแนวคิดรุ่นนี้จะอยู่ที่ 9 วินาที โดยมีความเร็วสูงสุดมากกว่า 200 กิโลเมตร/ชั่วโมง</span></p>
<p style="text-align: center"><a href="http://www.autospinn.com/wp-content/gallery/opel-flextreme/opel-flextreme-gte-concept-1.jpg"><span style="font-size: small"><img class="aligncenter" src="http://www.autospinn.com/wp-content/plugins/nextgen-gallery/nggshow.php?pid=17282&amp;width=490&amp;height=360&amp;mode=" alt="opel-flextreme-gte-concept-1" /> </span></a></p>
<p><span style="font-size: small"> </span></p>
<p><span style="font-size: small">ขอบคุณที่มา : </span><a href="http://www.autospinn.com"><span style="font-size: small">www.autospinn.com</span></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.haarod.com/article/opel-flextreme-gte-%e0%b8%aa%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89-5-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b9%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Jaguar อวดชุดแต่ง Speed และ Speed &amp; Black</title>
		<link>http://www.haarod.com/article/jaguar-%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87-speed-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-speed-bl.html</link>
		<comments>http://www.haarod.com/article/jaguar-%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87-speed-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-speed-bl.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 20 Feb 2010 08:07:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ann</dc:creator>
				<category><![CDATA[รถหรู]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.haarod.com/article/?p=65</guid>
		<description><![CDATA[สำหรับ XKR Coupe ที่เจนีวา
          Jaguar เตรียมเปิดตัวชุดแต่งสำหรับ XKR Coupe จำนวน 2 ชุด ในงาน Geneva Motor Show ซึ่งประกอบด้วยชุดแต่ง Speed และชุดแต่ง Speed &#38; Black โดยจะทำตลาดในสหราชอาณาจักรในราคาชุดละ 3,500 และ 4,000 ปอนด์ ตามลำดับ และตามที่กล่าวไปแล้ว ชุดแต่งทั้งสองนี้จะใช้กับเวอร์ชั่น Coupe ของ Jaguar XKR เท่านั้น
 
          สำหรับชุดแต่ง Speed จะประกอบด้วยการตั้งโปรแกรมจำกัดระดับความเร็วใหม่ให้อยู่ที่ 280 กิโลเมตร/ชั่วโมง แทนความเร็วเดิมที่ 249 กิโลเมตร/ชั่วโมง และเพื่อที่จะให้รถทำระดับความเร็วดังกล่าวได้อย่างมีเสถียรภาพ จึงต้องมีการติดตั้งแอโรพาร์ทคือ สปลิตเตอร์หน้า และสปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่ขึ้น อย่างไรก็ตาม ในระดับความเร็วที่สูงขึ้นรถจะมีการตอบสนองกับพวงมาลัยน้อยลง
 
          นอกจากนั้นแล้ว ยังมีล้ออัลลอย Kasuga ขอบ 20 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: small">สำหรับ XKR Coupe ที่เจนีวา</span></p>
<p><span style="font-size: small">          Jaguar เตรียมเปิดตัวชุดแต่งสำหรับ XKR Coupe จำนวน 2 ชุด ในงาน Geneva Motor Show ซึ่งประกอบด้วยชุดแต่ง Speed และชุดแต่ง Speed &amp; Black โดยจะทำตลาดในสหราชอาณาจักรในราคาชุดละ 3,500 และ 4,000 ปอนด์ ตามลำดับ และตามที่กล่าวไปแล้ว ชุดแต่งทั้งสองนี้จะใช้กับเวอร์ชั่น Coupe ของ Jaguar XKR เท่านั้น</span></p>
<p style="text-align: center"><a href="http://www.autospinn.com/wp-content/gallery/jaguar-xkr-coupe-speed-packages/2011-jaguar-xkr-coupe-packages-20.jpg"><span style="font-size: small"><img src="http://www.autospinn.com/wp-content/plugins/nextgen-gallery/nggshow.php?pid=17328&amp;width=490&amp;height=360&amp;mode=" alt="2011-jaguar-xkr-coupe-packages-20" /> </span></a></p>
<p><span style="font-size: small">          สำหรับชุดแต่ง Speed จะประกอบด้วยการตั้งโปรแกรมจำกัดระดับความเร็วใหม่ให้อยู่ที่ 280 กิโลเมตร/ชั่วโมง แทนความเร็วเดิมที่ 249 กิโลเมตร/ชั่วโมง และเพื่อที่จะให้รถทำระดับความเร็วดังกล่าวได้อย่างมีเสถียรภาพ จึงต้องมีการติดตั้งแอโรพาร์ทคือ สปลิตเตอร์หน้า และสปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่ขึ้น อย่างไรก็ตาม ในระดับความเร็วที่สูงขึ้นรถจะมีการตอบสนองกับพวงมาลัยน้อยลง</span></p>
<p style="text-align: center"><a href="http://www.autospinn.com/wp-content/gallery/jaguar-xkr-coupe-speed-packages/2011-jaguar-xkr-coupe-packages-21.jpg"><span style="font-size: small"><img class="aligncenter" src="http://www.autospinn.com/wp-content/plugins/nextgen-gallery/nggshow.php?pid=17329&amp;width=490&amp;height=360&amp;mode=" alt="2011-jaguar-xkr-coupe-packages-21" /> </span></a></p>
<p><span style="font-size: small">          นอกจากนั้นแล้ว ยังมีล้ออัลลอย Kasuga ขอบ 20 นิ้ว พร้อมคาลิปเปอร์สีแดง มีการใช้เส้นกรอบโครเมี่ยมล้อมรอบหน้าต่างรถ กระจังหน้าใหม่ ช่องอากาศภายนอกรถ ส่วน Diffuser หลังและธรณีประตูทำสีเดียวกับตัวถัง</span></p>
<p style="text-align: center"><a href="http://www.autospinn.com/wp-content/gallery/jaguar-xkr-coupe-speed-packages/2011-jaguar-xkr-coupe-packages-24.jpg"><span style="font-size: small"><img class="aligncenter" src="http://www.autospinn.com/wp-content/plugins/nextgen-gallery/nggshow.php?pid=17332&amp;width=490&amp;height=360&amp;mode=" alt="2011-jaguar-xkr-coupe-packages-24" /> </span></a></p>
<p><span style="font-size: small">          แต่ถ้าคุณอยากจะได้ล้ออัลลอยขอบ 20 นิ้ว สีดำวาวจาก Kalimnos คุณต้องจ่ายเพิ่ม 500 ปอนด์ ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของชุดแต่ง Black นอกจากนั้นสปอยเลอร์หน้าและหลัง จะเป็นสีเดียวกับตัวรถ ส่วนภายในมีการใช้ชุดหนังสีชาร์โคลในหลายโทนสีพร้อมการปักลายด้วยสีตัดกันเห็นได้ชัด</span></p>
<p style="text-align: center"><a href="http://www.autospinn.com/wp-content/gallery/jaguar-xkr-coupe-speed-packages/2011-jaguar-xkr-coupe-packages-25.jpg"><span style="font-size: small"><img class="aligncenter" src="http://www.autospinn.com/wp-content/plugins/nextgen-gallery/nggshow.php?pid=17333&amp;width=490&amp;height=360&amp;mode=" alt="2011-jaguar-xkr-coupe-packages-25" /> </span></a></p>
<p><span style="font-size: small">เราจะได้เห็น Jaguar XKR Coupe พร้อมชุดแต่งทั้งสองในงาน Geneva Motor Show ในอีก 1-2 สัปดาห์นี้ครับ</span></p>
<p style="text-align: center"><a href="http://www.autospinn.com/wp-content/gallery/jaguar-xkr-coupe-speed-packages/2011-jaguar-xkr-coupe-packages-26.jpg"><span style="font-size: small"><img class="aligncenter" src="http://www.autospinn.com/wp-content/plugins/nextgen-gallery/nggshow.php?pid=17334&amp;width=490&amp;height=360&amp;mode=" alt="2011-jaguar-xkr-coupe-packages-26" /> </span></a></p>
<p style="text-align: center"><a href="http://www.autospinn.com/wp-content/gallery/jaguar-xkr-coupe-speed-packages/2011-jaguar-xkr-coupe-packages-23.jpg"><span style="font-size: small"><img src="http://www.autospinn.com/wp-content/plugins/nextgen-gallery/nggshow.php?pid=17331&amp;width=490&amp;height=360&amp;mode=" alt="2011-jaguar-xkr-coupe-packages-23" /></span></a></p>
<p style="text-align: left"><span style="font-size: small">ขอบคุณที่มา : </span><a href="http://www.autospinn.com"><span style="font-size: small">www.autospinn.com</span></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.haarod.com/article/jaguar-%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87-speed-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-speed-bl.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

