<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บทความเกี่ยวกับรถ :: haarod.com &#187; แต่งรถ</title>
	<atom:link href="http://www.haarod.com/article/category/%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%96/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.haarod.com/article</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 30 Jul 2010 04:32:53 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>เรื่องน่ารู้สำหรับวัยโจ๋ที่ชอบเเต่งรถ</title>
		<link>http://www.haarod.com/article/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%82.html</link>
		<comments>http://www.haarod.com/article/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%82.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 15 May 2010 10:07:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[แต่งรถ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.haarod.com/article/?p=519</guid>
		<description><![CDATA[ในปัจจุบันอุตสหกรรมยานยนต์ได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วตอบสนองบรรดาผู้ใช้รถใช้ถนนได้ทุกเพศทุกวัยไม่เว้นเเม้เเต่วัยรุ่น หรือ วัยโจ๋อย่างพวกเรา เเละสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับรถยนต์เลยก็คือ อุปกรณ์ตกเเต่งรถยนต์ครับ รถยนต์ที่ออกจากโรงงานไม่อาจจะตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเสมอไปจริงมั้ยครับ จำเป็นต้องมีการปรับเเต่ง หรือตกเเต่งบางสิ่งบางอย่าง เช่น เปลี่ยนใส่ล้อเเม็กที่มีรวดลายสวยถูกใจ , ทำเครื่องเสียง , ใสสเกิ๊ตรอบคัน , ติดสปอย์เลอร์ที่ด้านหลัง หรืออาจจะทำเพื่อเพิ่มความสวยงามของรถยนต์ก็ดี
หรือ ปรับเเต่งเพื่อเพิ่มสมรรถนะของรถก็ดี เเต่จะมีสักกี่คนล่ะครับ ที่จะรู้ว่าอุปกรณ์ที่เราซื้อมาด้วยเงินจำนวนไม่น้อย เพื่อที่จะมาติดตั้งในรถยนต์ของเรานั้น จะทำให้สมรรถนะดีขึ้นมากเเค่ไหน ใส่เเล้วดีจริงหรือเปล่า รถเเรงขึ้นมั้ย เรื่องของการปรับเเต่งรถยนต์นั้น ถ้าจะศึกษาให้รู้จริงเเท้นั้นค่อนข้างจะละเอียดอ่อนมากครับ ช่างตามอู่บางคนยังไม่มีความรู้ที่ดีพอก็สามารถที่จะสร้างความเสียหายให้กับรถยนต์ของเราได้ทั้งนั้น ในการปรับเเต่งรถยนต์นั้นต้องสามารถให้เหตุผลได้ว่า ” อะไรที่ติดตั้งไปกับรถเราเเล้วทำให้รถมีสมรรถนะดีขึ้น เเละดีขึ้นเพราะอะไร 
วันนี้ผมจะพาท่านผู้อ่านทุกคนไปรู้จักกับอุปกรณ์ชนิดหนึ่ง ซึ่งเรารู้จักคุ้นเคยกันอย่างดีครับในบรรดาวัยโจ๋เเต่งรถทั้งหลาย นั่นก็คือ สเกิ๊ต เเละสปอย์เลอร์ ครับ มีใครไม่รู้จักมั้ยครับ อุปกรณ์ชนิดนี้เเละมีใครพอจะรู้บ้างมั้ยครับ ว่าเค้ามีไว้เพื่ออะไรครับ มันทำหน้าที่อะไร เเล้วทำไมเราต้องเอามันมาติดที่รถยนต์ของเราด้วย บางคนอาจจะคิดว่าติดไว้เท่ๆ เท่านั้นเอง ผมคิดว่าก็มีทั้งคนที่รู้เเละไม่รู้ใช่มั้ยครับงั้นวันนี้เราจะได้รู้กันครับ ขอให้ผู้อ่านทำความเข้าใจในเรื่องของ อากาศพลศาสตร์ของยานยนต์ ครับ
อากาศพลศาสตร์ของยานยนต์ (Vehicle Aerodynamics) เป็นเรื่องที่ว่าด้วย การเคลื่อนไหวของอากาศผ่านรถยนต์ของเราครับ มีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เราต้องพิจารณาเรื่องของ การเคลื่อนที่ของอากาศผ่านรถยนต์
ในเวลาที่เราขับรถยนต์นะครับ รถยนต์ของเราจะเคลื่อนที่ไปด้วยความเร็วที่เราควบคุมในขณะที่รถยนต์ของเราเคลื่อนที่นั้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในปัจจุบันอุตสหกรรม<strong>ยานยนต์</strong>ได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วตอบสนองบรรดาผู้ใช้<strong>รถ</strong>ใช้ถนนได้ทุกเพศทุกวัยไม่เว้นเเม้เเต่วัยรุ่น หรือ วัยโจ๋อย่างพวกเรา เเละสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับ<strong>รถยนต์</strong>เลยก็คือ อุปกรณ์ตก<strong>เเต่งรถยนต์</strong>ครับ <em>รถยนต์</em>ที่ออกจากโรงงานไม่อาจจะตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเสมอไปจริงมั้ยครับ จำเป็นต้องมีการปรับเเต่ง หรือตกเเต่งบางสิ่งบางอย่าง เช่น เปลี่ยนใส่ล้อเเม็กที่มีรวดลายสวยถูกใจ , ทำ<strong>เครื่องเสียง </strong>, ใสสเกิ๊ตรอบคัน , ติดสปอย์เลอร์ที่ด้านหลัง หรืออาจจะทำเพื่อเพิ่มความสวยงามของรถยนต์ก็ดี</p>
<p>หรือ ปรับเเต่งเพื่อเพิ่มสมรรถนะของรถก็ดี เเต่จะมีสักกี่คนล่ะครับ ที่จะรู้ว่าอุปกรณ์ที่เราซื้อมาด้วยเงินจำนวนไม่น้อย เพื่อที่จะมาติดตั้งในรถยนต์ของเรานั้น จะทำให้สมรรถนะดีขึ้นมากเเค่ไหน ใส่เเล้วดีจริงหรือเปล่า <strong>รถเเรง</strong>ขึ้นมั้ย เรื่องของการปรับ<strong>เเต่งรถ</strong>ยนต์นั้น ถ้าจะศึกษาให้รู้จริงเเท้นั้นค่อนข้างจะละเอียดอ่อนมากครับ ช่างตามอู่บางคนยังไม่มีความรู้ที่ดีพอก็สามารถที่จะสร้างความเสียหายให้กับ<em>รถยนต์</em>ของเราได้ทั้งนั้น ในการปรับ<em>เเต่งรถยนต์</em>นั้นต้องสามารถให้เหตุผลได้ว่า ” อะไรที่ติดตั้งไปกับรถเราเเล้วทำให้รถมีสมรรถนะดีขึ้น เเละดีขึ้นเพราะอะไร <span id="more-519"></span></p>
<p>วันนี้ผมจะพาท่านผู้อ่านทุกคนไปรู้จักกับอุปกรณ์ชนิดหนึ่ง ซึ่งเรารู้จักคุ้นเคยกันอย่างดีครับในบรรดาวัยโจ๋เเต่งรถทั้งหลาย นั่นก็คือ สเกิ๊ต เเละสปอย์เลอร์ ครับ มีใครไม่รู้จักมั้ยครับ อุปกรณ์ชนิดนี้เเละมีใครพอจะรู้บ้างมั้ยครับ ว่าเค้ามีไว้เพื่ออะไรครับ มันทำหน้าที่อะไร เเล้วทำไมเราต้องเอามันมาติดที่รถยนต์ของเราด้วย บางคนอาจจะคิดว่าติดไว้เท่ๆ เท่านั้นเอง ผมคิดว่าก็มีทั้งคนที่รู้เเละไม่รู้ใช่มั้ยครับงั้นวันนี้เราจะได้รู้กันครับ ขอให้ผู้อ่านทำความเข้าใจในเรื่องของ อากาศพลศาสตร์ของ<strong>ยานยนต์ </strong>ครับ</p>
<p>อากาศพลศาสตร์ของยานยนต์ (Vehicle Aerodynamics) เป็นเรื่องที่ว่าด้วย การเคลื่อนไหวของอากาศผ่านรถยนต์ของเราครับ มีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เราต้องพิจารณาเรื่องของ การเคลื่อนที่ของอากาศผ่านรถยนต์</p>
<p>ในเวลาที่เราขับรถยนต์นะครับ รถยนต์ของเราจะเคลื่อนที่ไปด้วยความเร็วที่เราควบคุมในขณะที่รถยนต์ของเราเคลื่อนที่นั้น จะมีอากาศที่ไหลผ่านมาปะทะที่รถยนต์ของเราครับ เนื่องจากอากาศที่ไหลผ่านหลังคารถยนต์มีความเร็วสูงกว่าอากาศที่ไหลผ่านใต้ท้องรถยนต์ครับ ดังนั้นอากาศเหนือหลังคารถจึงมีความดันต่ำกว่าอากาศใต้ท้องรถ ครับ ความเเตกต่างของความดันนี้ทำให้เกิด เเรงยก (Lift) เเละการหมุนวนของอากาศขึ้น (Vortex) ครับ การหมุนวนของอากาศที่เกิดขึ้นที่ส่วนท้ายของ<strong>รถยนต์</strong> จะเกิดเป็น 2 บริเวณ ทั้งด้านซ้ายเเละด้านขวาของรถยนต์ครับ เเละ อากาศที่หมุนวนนี้เองที่ทำให้เกิดเเรงต้านการเคลื่อนที่ของรถยนต์ของเราครับ พูดง่ายๆก็คือ มันจะทำให้รถยนต์ของเราวิ่งได้ช้าลงไงครับ คือไม่สามารถทำความเร็วได้เต็มที่ ครับ</p>
<p>พอจะเห็นภาพบ้างมั้ยครับ คราวนี้เราลองมาทำความเข้าใจกับคำว่า เเรงต้าน , เเรงยก เเละ เเรงกด กันครับ ในขณะที่รถยนต์ของเรากำลังวิ่งอยู่บนถนน หรือกำลังเเข่งกันอยู่ ก็ได้นะครับ รถยนต์ของเราจะถูกกระทำด้วยเเรงต้าน เเละ เเรงยก ของอากาศครับ ( เเรงต้าน หมายถึง เเรงที่พยายามต้านการเคลื่อนที่ของ<em>รถยนต์ </em>ครับ เเละ เเรงยกหมายถึง เเรงที่พยายามที่จะยก หรือดันให้รถยนต์ของเราลอยตัวขึ้นครับ ) เเรงต้านมากนอกจากจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง เเล้ว ยังทำให้สามารถกลายเป็นผู้เเพ้ในสนามเเข่งได้อีกด้วย ในส่วนของเเรงยกของอากาศนั้น ก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเท่าไหร่ครับ ก็จะมีผลทำให้ การยึดเกาะถนนของยางลดลง ทำให้รถยนต์ของเราทรงตัวไม่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะเลี้ยวโค้งด้วยอัตราเร็วสูง รถยนต์ของเราอาจจะลื่นไถลเเละเสียหลักได้ครับ</p>
<p>ดังนั้นรถยนต์ที่ต้องการความเร็วสูง เช่นรถเเข่ง จำเป็นต้องเพิ่มเเรงกด ให้กับรถยนต์ เพื่อให้สามารถเลี้ยวโค้งที่อัตราเร็วสูงได้อย่างมั่นคงครับ</p>
<p>การเพิ่มเเรงกดก็สามารถทำได้ไม่ยากครับเเละวิธีนี้ก็สามารถเพิ่มเเรงกดได้ถึง 3 เท่า ของน้ำหนักรถยนต์ที่อัตราเร็ว 270 km/h เเรงกดที่เกิดขึ้นก็มาจากการติดตั้ง สปอย์เลอร์ ที่ด้านหลังของรถยนต์นั่นเองครับ เเต่อย่างไรก็ตามเเรงต้านก็จะเพิ่มขึ้นด้วยครับ เเละ การปรับเเต่งใต้ท้องรถยนต์ให้เกิดความดันต่ำขึ้นที่บริเวณพื้นที่สองด้านของคนขับ ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นครับ ขอบด้านข้างของตัวรถยนต์ก็ต้องติดตั้ง Flexible Skirt หรือที่เราเรียกโดยทั่วๆไปว่า =” สเกิ๊ต นั่นเองครับ ใส่ไปก็เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศจากด้านข้างไหลเข้าไปรบกวนการไหลของอากาศส่วนใต้ท้องรถครับ</p>
<p>เพื่อทำความเข้าใจถึงวิธีการลดเเรงต้านของอากาศ ก่อนอื่นนะครับ จะต้องศึกษากลไกที่ทำให้เกิดเเรงต้าน ซึ่งนำไปสู่เเรงต้านรวมทั้งหมดครับ เเละเมื่ออากาศไหลผ่านผิวหน้าใดก็ตามด้วยอัตราเร็วคงที่ เเรงต้านอากาศที่เกิดขึ้นประกอบด้วยเเรง 2 ส่วนครับ คือ</p>
<p>1 ) เเรงต้านทีผิวสัมผัส มีสาเหตุมาจากความเสียดทานที่ผิวสัมผัสระหว่างอากาศกับพื้นผิวที่อากาศสัมผัส</p>
<p>2 ) เเรงต้านความดัน มีสาเหตุมาจาก ความเเตกต่างของความดันที่กระจายบนพื้นผิวที่อากาศสัมผัส ครับ</p>
<p>ที่นี้เราลองมาดูปัจจัยที่มีส่วนทำให้เเรงต้านอากาศเพิ่มขึ้นนะครับว่ามีอะไรบ้าง</p>
<p>1 ) ล้อ ห้องเกียร์ เเละระบบกันสะเทือนซึ่งอยู่ใต้ท้องรถยนต์</p>
<p>2 ) การไหลของอากาศผ่าน<strong>รถยนต์</strong></p>
<p>3 ) ผิวหน้าที่ไม่ราบเรียบของรถยนต์ เช่น ขอบคิ้วต่างๆ ของประตู เเละ กระจกข้าง กระจกหน้าต่างของรถยนต์ เเละ อุปกรณ์เสริมต่างๆที่ติดตั้งที่ตัวถังรถยนต์</p>
<p>4 ) การเปิดกระจกหน้าต่างรถยนต์ในขณะขับขี่จะทำให้สูญเสียโมเมนตัมการไหลของอากาศทำให้เกิดเเรงต้านเพิ่มขึ้นครับ</p>
<p>เป็นอย่างไรบ้างครับ สำหรับความรู้เรื่อง ของการใส่ สเกิ๊ตเเละสปอย์เลอร์ การที่เราจะติดตั้ง สเกิ๊ตเเละสปอย์เลอร์ นั้น ถ้านอกเหนือจากการติดตั้งเพื่อความสวยงามของตัวรถเเล้ว ถ้าเราต้องการสมรรถนะเเละประสิทธิภาพของรถยนต์เเล้ว จำเป็นอย่างยิ่งครับ ที่จะต้องมีความรู้เรื่องดังกล่าวจึงจะสามารถปรับเเต่งรถยนต์ของเราได้อย่างถูกต้องเเละตามความเหมาะสมครับ</p>
<p>รถยนต์ที่ได้รับการปรับเเต่งมาเเบบผิดๆ นอกจากเจ้าของรถจะถูกหลอกเเล้วก็ยังมีความเชื่อเเบบผิดๆ ตามไปด้วย เเละผลที่ตามมาก็คือ ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับรถยนต์ของเราเเล้ว ยังเป็นการเพิ่มเเรงต้านของอากาศอีกด้วย ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันโดยใช้เหตุ ครับ เพราะว่ารูปทรงของรถยนต์เเต่ละรุ่นเเต่ละยี่ห้อนั่นต่างกันครับ เเรงต้านอากาศที่กระทำกับรถยนต์เเต่ละรุ่นเเต่ละยี่ห้อนั่นก็ต่างกันครับเพราะฉะนั้นการติดตั้ง สปอย์เลอร์ ต้องดูให้เหมาะกับรูปทรงของรถยนต์เเต่ละรุ่นด้วยครับ เเละ สปอย์เลอร์จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อมีเเรงกดของอากาศจากด้านท้ายรถยนต์ที่เพียงพอ เเละการที่จะได้มาด้วยเเรงกดอันมหาศาลนั้นก็ต้องมีปัจจัยอย่างนึงมาเกี่ยวข้องครับนั่นก็คือ ความเร็วของรถยนต์ ครับ ถ้าเราขับรถยนต์ไม่ได้ความเร็วที่เหมาะสมเเล้ว สปอย์เลอร์ก็จะไม่ทำหน้าที่อะไรเลย นอกจากติดไว้เท่ๆเท่านั่น เพราะเเรงกดอากาศไม่เพียงพอ ความเร็วที่มากพอที่จะทำให้สปอย์เลอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นผมคงไม่สามารถบอกได้ เพราะสปอยเลอร์เเต่ละเเบบไม่เหมือนกัน รูปทรงรถยนต์เเต่ละรุ่นก็ไม่เหมือนกัน เเต่คิดว่าคงต้องใช้ความเร็วไม่ต่ำกว่า 150 km/h สปอย์เลอร์ถึงจะเริ่มทำงานเเละสร้างเเรงกดให้กับรถยนต์ของเราได้ครับ</p>
<p>สรุปได้ว่า การปรับ<strong>เเต่งรถ</strong>ยนต์เราก็ต้องดูตามความเหมาะสม เเละตามการใช้งานของตัวเราด้วยครับ เพราะจะทำให้เราสบายใจ เเละสบายกระเป๋า ไม่ต้องโดนหลอกให้เสียกะตัง บ่อยๆ การ<em>เเต่งรถ</em>เราควรระลึกไว้เสมอว่า อะไรที่ติดตั้งไปกับรถยนต์ของเราเเล้วทำให้รถมีสมรรถนะที่ดีขึ้น เเละดีขึ้นเพราะอะไร มีความพอเพียงเเละมีเหตุผลอยู่เสมอเท่านี้เราก็สามารถเเต่งรถได้อย่างสบายใจเเล้วครับ<br />
ที่มา http://variety.eduzones.com/car/2010/02/20/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%82-2/</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.haarod.com/article/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%82.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ท่อเฮดเดอร์ ไล่ไอเสีย เพิ่มกำลัง</title>
		<link>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%ae%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%9e.html</link>
		<comments>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%ae%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%9e.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 15 Feb 2010 09:48:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ann</dc:creator>
				<category><![CDATA[แต่งรถ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.haarod.com/article/?p=19</guid>
		<description><![CDATA[ 
 






         เฮดเดอร์ เป็นอุปกรณ์หนึ่งในระบบระบายไอเสียที่ได้รับความสนใจ ในการเพิ่ม กำลังของเครื่องยนต์ แต่จะยุ่งยาก แพง หรือได้กำลังเพิ่มขึ้นมาคุ้มค่าแค่ไหน ? เครื่องยนต์ 4 จังหวะที่ใช้กันในรถยนต์ทั่วไปมีการทำงานต่อเนื่อง ดูด-อั ด-ระเบิด-คาย ในการหมุนเพลาข้อเหวี่ยงรอบต่อ 1 วัฏจักรการทำงาน คือ ดูด-ลูกสูบเลื่อนลง วาล์วไอดีเปิดเพื่อรับไอดีเข้ามา อัด-ลูกสูบเลื่อนขึ้น วาล์วไอดี-ไอเสียปิดสนิท เพื่ออัดเตรียมให้มีการจุดระเบิดในจังหวะต่อไป ระเบิด-จุ ดระเบิดด้วยหัวเทียน (สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน) หรือจุดระเบิดด้วยการฉีดละอองน้ำมันเข้าผสมกับอากาศท ี่ถูกอัดแน ่นจนร้อนจัด (สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล) แล้วต่อเนื่องถึงจังหวะสุดท้ายที่เกี่ยวข้องกับ -เฮดเดอร์- คือ คาย-ลูกสูบเลื่อนขึ้น วาล์วไอเสียเปิดเพื่อระบายไอเสียออก จากเครื่องยนต์ เและเตรียมรับไอดีในจังหวะดูดต่อไป
 
        เสมือนเครื่องยนต์เป็นบ้าน ถ้าเพิ่มเฉพาะประสิทธิภาพการนำน้ำสะอาดเข้าบ้าน โดยไม่เพิ่มประสิทธิภาพการนำน้ำเสียออก น้ำเสียอาจค้างอยู ่และผสมกับน้ำดี หรือมีแรงต้านการดูดน้ำดีเข้าบ้าน และแม้ไม่ได้เพิ่มประสิทธิภาพการนำน้ำดีเข้าบ้าน แต่ถ้าเร ่งให้น้ำเสียออกจากบ้านได้เร็วและหมดจดก็ยังดี 
พื้ น ฐ า น ร ะ บ บ ร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: small"> </span></p>
<div style="text-align: left"><span style="font-size: small"> </span></div>
<table style="width: 506px;height: 2645px" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="506">
<tbody>
<tr>
<td style="text-align: left">
<p style="text-align: center"><span style="font-size: small"><img class="aligncenter" src="http://www.rayongclub.net/board-image/artical/8-1.jpg" alt="ท่อเฮดเดอร์" width="300" height="193" /></span></p>
<div><span style="font-size: medium"><br />
<span style="font-size: small">         เฮดเดอร์ เป็นอุปกรณ์หนึ่งในระบบระบายไอเสียที่ได้รับความสนใจ ในการเพิ่ม กำลังของเครื่องยนต์ แต่จะยุ่งยาก แพง หรือได้กำลังเพิ่มขึ้นมาคุ้มค่าแค่ไหน ? เครื่องยนต์ 4 จังหวะที่ใช้กันในรถยนต์ทั่วไปมีการทำงานต่อเนื่อง ดูด-อั ด-ระเบิด-คาย ในการหมุนเพลาข้อเหวี่ยงรอบต่อ 1 วัฏจักรการทำงาน คือ ดูด-ลูกสูบเลื่อนลง วาล์วไอดีเปิดเพื่อรับไอดีเข้ามา อัด-ลูกสูบเลื่อนขึ้น วาล์วไอดี-ไอเสียปิดสนิท เพื่ออัดเตรียมให้มีการจุดระเบิดในจังหวะต่อไป ระเบิด-จุ ดระเบิดด้วยหัวเทียน (สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน) หรือจุดระเบิดด้วยการฉีดละอองน้ำมันเข้าผสมกับอากาศท ี่ถูกอัดแน ่นจนร้อนจัด (สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล) แล้วต่อเนื่องถึงจังหวะสุดท้ายที่เกี่ยวข้องกับ -เฮดเดอร์- คือ คาย-ลูกสูบเลื่อนขึ้น วาล์วไอเสียเปิดเพื่อระบายไอเสียออก จากเครื่องยนต์ เและเตรียมรับไอดีในจังหวะดูดต่อไป</span></span></div>
<p> </p>
<p><span style="font-size: medium"><span style="font-size: small">        เสมือนเครื่องยนต์เป็นบ้าน ถ้าเพิ่มเฉพาะประสิทธิภาพการนำน้ำสะอาดเข้าบ้าน โดยไม่เพิ่มประสิทธิภาพการนำน้ำเสียออก น้ำเสียอาจค้างอยู ่และผสมกับน้ำดี หรือมีแรงต้านการดูดน้ำดีเข้าบ้าน และแม้ไม่ได้เพิ่มประสิทธิภาพการนำน้ำดีเข้าบ้าน แต่ถ้าเร ่งให้น้ำเสียออกจากบ้านได้เร็วและหมดจดก็ยังดี </span></p>
<p><span style="font-size: small">พื้ น ฐ า น ร ะ บ บ ร ะ บ า ย ไ อ เ สี ย<br />
        การระบายไอเสียออกจากเครื่องยนต์ใช้การขยายตัวของก๊า ซแรงดันสูง และร้อน ที่จะเคลื่อนตัวหาอากาศภายนอกที่เย็นและมีแรงดันต่ำก ว่า ร่วมกับการเลื่อนตัวขึ้นของลูกสูบ ผ่านวาล์วไอเสียและพอร์ทไอเสียบนฝาสูบออกนอกเครื่องย นต์</span></p>
<p><span style="font-size: small">         ระบบระบายไอเสียภายนอกเครื่องยนต์ที่ต่ออยู่กับฝาสูบ ยาวต่อเนื่ องไปถึงปลายท่อด้านท้ายนี้เองที่เกี่ยวข้องกับเฮดเดอ ร์ แล ะได้รับความสนใจในการเพิ่มกำลังเครื่องยนต์เพราะสะดว ก ไม่ต้องยุ่งกับชิ้นส่วนอื่นของเครื่องยนต์</span></p>
<p><span style="font-size: small">ระบบระบายไอเสียนี้แยกเป็น 4 ส่วน คือ<br />
         1. ท่อร่วมไอเสีย &#8211; EXHAUST MANIFOLD (หรือภาษาสแลงเรียกว่า เขาควาย) ส่วนที่ติดกับฝาสูบของเครื่องยนต์ก่อนรวบเป็นท่อ เดี่ยว (หรือคู่ในบางรุ่น) เฉพาะส่วนนี้เองที่ -เฮดเดอร์- เข้ามาแทนที่<br />
         2. ต่อจากนั้นเป็นท่อไอเสียเดี่ยว (หรือคู่ในบางรุ่น)<br />
         3. เข้าหม้อพักเก็บเสียง โดยอาจมีหม้อพักหลายใบ (ในหลายแบบ)<br />
         4. ต่อเนื่องไปยังปลายท่อระบายไอเสียออกสู่ภายนอก โดยเครื่องยนต์หัวฉีดรุ่นใหม่มีอุปกรณ์บำบัดไอเสีย-แคตตาไลติก คอนเวอร์เตอร์ ติดหลังท่อร่วมไอเสียก่อนเข้าหม้อพักใบแรก หรืออาจรวมอยู่กับท่อร่วมไอเสียเลย</span></p>
<p><span style="font-size: small">         รถยนต์ทั่วไปมักเลือกใช้ท่อร่วมไอเสียเป็นเหล็กหล่อแ ละสั้น เพราะผลิตจำนวนมากได้สะดวก ขนาดกะทัดรัด และไม่ยุ่งยากเหมือนเฮดเดอร์ที่ต้องนำท่อเหล ็กมาดัดและเชื่อมด้วยกำลังคน โดยยอมให้ไอเสียระบายปั่นป่วนและไม่คล่องนัก ก่อนรวบเข้าส ู่ท่อไอเสีย (หรือแคตตาไลติก คอนเวอร์เตอร์) และใช่ท่อไอเสียช่วงต่อเนื่องไปขนาดไม่ใหญ่นัก พร้อมหม้อพ ักแบบไส้ย้อนที่ชะลอและหมุนไอเสียเพื่อลดเสียงดัง แล้วระบายออกปลายท่อแบบธรรมดา</span></p>
<p><span style="font-size: small">ก า ร เ พิ่ ม ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ร ะ บ บ ร ะ บ า ย ไ อ เ สี ย<br />
         ไม่ว่าจะปรับแต่งเครื่องยนต์ด้านการประจุไอดีด้วยหรื อไม่ เครื่องยนต์ทั่วไปสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการระบายไอเ สียได้&amp;nbs p;โดยได้ผลมากบ้างน้อยบ้าง ขึ้นอยู่กับระบบไอเสียเดิมว่าอั้นหรือโล่งแค่ไหน และชุดใหม่ดีแค่ไหน</span></p>
<p><span style="font-size: small">         การทำให้การระบายไอเสียออกจากเครื่องยนต์เร็วและหมดจ ดที่สุดย่อ มมีผลดี เพราะถ้าอั้นการไหลออกจะมีแรงดันย้อนกลับ-BACK PRESSURE คอยต้านการเลื่อนขึ้นของลูกสูบ และถ้าระบายไอเสียออกไม่หมด ไอดีที่เข้ามาในจังหวะต่อไปจะผสมกับไอเสีย เมื่อมีการจุดระเบิด การเผาไหม้จะลดความรุนแรงลง กำลังของเครื่องยนต์ก็จะลดลงเพราะไอดีมีออกซิเจนน้อย ผู้ผลิตรถย นต์ส่วนใหญ่ไม่สามารถออกแบบและเลือกใช้ระบบท่อไอเสีย ทั้งชุดให้ มีประสิทธิภาพสูงสุดได้ เพราะติดปัญหาเรื่องต้นทุน ความยุ่งยากในการผลิต และเรื่องเสียงที่อาจดังขึ้นบ้าง</span></p>
<p><span style="font-size: small">เ ฮ ด เ ด อ ร์ ไ ม่ ใ ช่ ม า แ ท น ทั้ ง ร ะ บ บ<br />
         เป็นเพียงท่อร่วมไอเสียแบบพิเศษที่ถูกนำมาทดแทนท่อร่ วมไอเสียเด ิม ที่สั้นจนเกิดความปั่นป่วนและระบายไอเสียไม่โล่งมาก ไม่ใช ่มาแทนระบบระบายไอเสียทั้งหมด เพราะยังต้องต่อออกไปยังท่อไอเสีย หม้อพัก และปลายท่อ (หรือแคตตาไลติก คอนเวอร์เตอร์ด้วย)</span></p>
<p><span style="font-size: small">          เฮดเดอร์ผลิตจากท่อเหล็กหรือสเตนเลสดัดขึ้นรูปหลายท่ อแล้วเชื่อ มรวบเป็นท่อเดี่ยว (หรือคู่) สำหรับต่อเข้าสู่ท่อไอเสีย (หรือแคตตาไลติก คอนเวอร์เตอร์) โดยมีการจัดระเบียบและปล่อยให้ไอเสียในแต่ละกระบอกสู บไหลออกมาเ ข้าสู่ท่ออิสระไม่เกี่ยวกับกระบอกสูบ เป็นระยะทางยาวกว่าท ่อร่วมไอเสียเดิม เช่น เครื่องยนต์ 4 สูบ เดิมออกจากฝาสูบ 4 ท่อ ยาวแค่ 6 นิ้ว ก็ต้องรวบกันเพื่อเตรียมเข้าสู่ท่อไอเสีย แต่เฮดเดอร์มี 4 ท่ออิสระต่อออกจากฝาสูบ ยาวกว่า 12 นิ้วก่อนรวบ และยังมีการจัดลำดับเพื่อไม่ให้มีความปั่นป่วนของการ ไหลของไอเส ีย การระบายไอเสียออกจากเครื่องยนต์ในช่วงต้นจึงคล่อง เร็ว และไม่ปั่นป่วน จากเฮดเดอร์ที่เปลี่ยนแทนท่อร่วมไอเสียเดิม</span></p>
<p><span style="font-size: small">          โดยสรุป จุดเด่นของเฮดเดอร์ คือ มีท่อเดี่ยวของแต่ละกระบอกสูบยาวขึ้น และจัดระเบียบการไหลของไอเสียก่อนรวบตามจังหวะการจุด ระเบิดของเ ครื่องยนต์เพื่อเข้าสู่ท่อไอเสียเดี่ยว ดีกว่าท่อร่วมไอเสียเดิมแบบสั้นๆ ที่ระบายไม่คล่อง และการไหลของไอเสียมีความปั่นป่วนพอสมคว ร</span></p>
<p><span style="font-size: small">สู ต ร เ ฮ ด เ ด อ ร์ แ ท้ จ ริ ง<br />
         เกี่ยวข้องกับแคมชาฟท์ เพื่อช่วยดูดไอดีด้วย จุดประสงค์ที่แท้จริงของเฮดเดอร์ ไม่ได้มีหน้าที่เพียงช่วยระบายไอเสียเท่านั้น แต่ยังช่วยส ร้างแรงดูดไอดีเข้าสู่กระบอกสูบในจังหวะดูดของเครื่อ งยนต์ ในจังหวะโอเวอร์แล็ป-OVER LAP คือ จังหวะต่อเนื่องระหว่างคาย-ดูด ลูกสูบเลื่อนขึ้นเกือบสุด วาล์วไอเสียเกือบปิด แต่วาล์วไอดีเริ่มเปิดล่วงหน้าเล็กน้อย</span></p>
<p><span style="font-size: small">          ตามหลักการของคลื่นเสียง ACOUSTIC ที่มีการย้อนกลับเมื่อก๊าซแรงดันสูงหรือเสียงวิ่งไปถ ึงระยะหนึ่ ง สลับไป-มาจนกว่าแรงดันจะหมดลง (ไม่สามารถมองเห็นได้) เฮดเดอร์ที่มีความยาวแต่ละท่อเหมาะสม จะช่วยให้ไอเสียไหลออกจากเครื่องยนต์ได้เร็วที่สุด เมื่อถ ึงจุดหนึ่งก็จะย้อนกลับมายังเครื่องยนต์และย้อนกลับอ อกไป</span></p>
<p><span style="font-size: small">         การย้อนกลับไป-มาของไอเสียตามหลัก ACOUSTIC ถ้าเฮดเดอร์มีความยาวเหมาะสม การย้อนกลับมาต้องพอดีกับจังหวะโอเวอร์แลป วาล์วไอดีเริ่ม เปิด วาล์วไอเสียเกือบปิด เข้ามาช่วยดึงไอดีเข้าสู่กระบอกสูบได้เร็วขึ้น และเมื่อย้อนกลับออกไป วาล์วไอเสียก็ปิดสนิทพอดีและมีแรงดันลดลงแล้ว ไม่สามารถย้อนกลับเข้ามาได้อีก</span></p>
<p><span style="font-size: small">          การควบคุมให้ไอเสียมีการย้อนกลับไป-มาช่วยดูดไอดี ความยาวของท่อเฮดเดอร์ก่อนรวบเข้าท่อเดี่ยวขึ้นอยู่ก ับจังหวะเว ลาการเปิด-ปิดวาล์วไอดี-ไอเสีย ซึ่งควบคุมด้วยลูกเบี้ยวบนเพลาลูกเบี้ยวหรือแคมชาฟท์ ดังนั้นถ้า ต้องการให้เฮดเดอร์ช่วยดูดไอดี ต้องออกแบบเฮดเดอร์ให้มีความยาวของท่อต่างๆ เหมาะสมกับองศาหรือจังหวะการควบคุมการเปิด-ปิดวาล์วของแคมชาฟท์ เครื่องยนต์บล็อกเดียวกัน มีรายละเอียดเหมือนกันทุกอย่าง หากใช้แคมชาฟท์ต่างกันด้วย ก็ต้องใช้เฮดเดอร์ที่มีความยาว ของท่อต่างกัน แต่เนื่องจากมีการคำนวณที่ยุ่งยากมาก รวมทั้งไม่สามารถทราบองศาหรือจังหวะการเปิด-ปิดวาล์วไอดี-ไอเสี ยโดยละเอียดสำหรับเครื่องยนต์แบบมาตรฐานส่วนใหญ่จึงไ ม่นำมาตีพิ มพ์</span></p>
<p><span style="font-size: small">         เมื่อคำนวณหาความยาวของเฮดเดอร์แล้ว มักมีความยาวมากจนไม่สามารถใส่ลงไปในห้องเครื่องยนต์ ทั่วไปได้นอกจากรถแข่งบางแบบที่มีพื้นที่เหลือเฟือ แคมชาฟท์พันธุ์แรงหรือแคมชาฟท์สำหรับรถแข่งที่มีองศา การเปิด-ปิ ดวาล์วนานๆ มักคำนวณออกมาเป็นท่อเฮดเดอร์ที่สั้นกว่า ส่วนแคมชาฟท์สำหรับเครื่องยนต์ทั่วไปซึ่งมีการเปิด-ปิดวาล์วช่ว งสั้นกว่า เมื่อคำนวณความยาวของเฮดเดอร์ออกมาแล้ว มักยาวเหยียดจนไม่สามารถใส่ลงไปได้</span></p>
<p><span style="font-size: small">         เฮดเดอร์ทั่วไปจึงตัดประโยชน์ด้านการช่วยดูดไอดีออกไ ป เน้นเพียงประสิทธิภาพการช่วยระบายไอเสียออกไปให้เร็ว โล่ง และหมดจดที่สุด โดยไม่เน้นความยาวของท่อต่างๆ ของเฮดเดอร์เพื่อให้เกิดการย้อนกลับไป-มาตามหลัก ACOUSTIC หากแต่เป็นไปตามความเหมาะสมของพื้นที่ในห้องเครื ่องยนต์ เพราะทำเฮดเดอร์ยาวเกินไปก็ใส่ลงไปไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-size: small">สู ต ร ไ ห น ดี<br />
         แยกเป็น 2 กรณี คือ ความยาวของเฮดเดอร์ และรูปแบบของเฮดเดอร์ก่อนรวบเป็นท่อเดี่ยว</span></p>
<p><span style="font-size: small">         ความยาวของเฮดเดอร์ ในเมื่อไม่สามารถทำตามความยาวที่แท้จริงและเหมาะสมได ้ ขอเพียงมีท่ออิสระของแต่ละกระบอกสูบ ไม่มีการกวนของไอเสีย แต่ละกระบอกสูบก่อนรวบเป็นท่อเดี่ยว ยิ่งยาวได้เท่าไรยิ่งดี แต่อย่างไรก็ยังสั้นเกินไปสำหรับการช่วยดูดไอดีอยู่ด ี เลื อกยาวที่สุดย่อมดีกว่า</span></p>
<p><span style="font-size: small">         รูปแบบ หมายถึง รูปแบบของท่อต่างๆ ของเฮดเดอร์ก่อนรวบเป็นท่อเดี่ยว มีผลต่อการไหลลื่นของไอเสีย เช่น เครื่องยนต์แบบ 4 สูบ เฮดเดอร์มี 2 แบบหลัก คือ 4-1 เป็นท่อเดี่ยว 4 ท่อ ออกจากฝาสูบ ฝาสูบละ 1 ท่อ ยาวตลอดจนรวบเป็นท่อเดี่ยวก่อนเข้าสู่ท่อไอเสียหรือแ คตตาไลติก คอนเวอร์เตอร์ และ 4-2-1 เป็นท่อเดี่ยว 4 ท่อ ออกจากฝาสูบ ฝาสูบละ 1 ท่อ แล้วรวบเป็น 2 ท่อคล้ายตัววี ก่อนรวบเข้าเป็นท่อเดี่ยวเข้าสู่ท่อไอเสียใ นตำแหน่งจุดที่รวบเป็นท่อเดี่ยวยาวใกล้เคียงกัน โดย 2 ท่อของ 2 สูบที่จะรวบเข้าหากันต้องสลับกันจากจังหวะการจุดระเบ ิด เช่น เครื่องยนต์มีจังหวะการจุดระเบิดเรียงตามสูบ 1-3-4-2 ก็ต้องรวบสูบ 1 กับ 4 เข้าด้วยกัน และ 3 กับ 2 เข้าด้วยกัน แล้วค่อยเป็นตัววี ต่อเนื่องก่อนรวบเข้าท่อเดี่ยว เช่น เฮดเดอร์แบบ 4-2-1 เป็น 4 ท่อออกจากฝาสูบ ยาว 15 นิ้ว ช่วง 2 ท่อยาว 15 นิ้ว รวมเฮดเดอร์ยาว 30 นิ้ว แบบ 4-1 เป็น 4 ท่อออกจากฝาสูบ ยาว 30 นิ้ว รวมเฮดเดอร์ยาว 30 นิ้วเท่ากัน</span></p>
<p><span style="font-size: small">ขอบคุณที่มา </span><a href="http://www.auto2thai.com"><span style="font-size: small">http://www.auto2thai.com</span></a></p>
<p><span style="font-size: small"> </span></p>
<p></span></td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%ae%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%9e.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

