<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บทความเกี่ยวกับรถ :: haarod.com</title>
	<atom:link href="http://www.haarod.com/article/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.haarod.com/article</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 30 Jul 2010 04:32:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>รู้จักระบบเบรค ABS(2)</title>
		<link>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84-abs2.html?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b9%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%259a%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2584-abs2</link>
		<comments>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84-abs2.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 30 Jul 2010 04:32:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[รถหรู]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.haarod.com/article/?p=530</guid>
		<description><![CDATA[รู้จักระบบเบรค ABS ให้ถ่องแท้ ตอนที่ 2 เอบีเอสไม่ได้ช่วยให้ปลอดภัยขึ้นเสมอ มิได้หมายความว่า การขับรถยนต์ที่มีเอบีเอสแล้วเบรกจะไม่ชน หรือมีระยะเบรกสั้นกว่า ไม่มีเอบีเอส เพราะในการเบรกตามปกติที่เอบีเอสไม่ได้ทำงานควบคุมแรงดันน้ำมันเบรก ประสิทธิภาพและระยะเบรก ต้องขึ้นอยู่กัยระบบเบรกพื้นฐานเท่านั้น เมื่อต้องเบรกแล้วเอบีเอสทำงาน ก็มิได้มีระยะเบรกสั้นลงเสมอไป ต้องเกี่ยวข้องกับ สภาพของเส้นทางด้วย คล้ายกับคนวิ่งบนถนนฝืดแล้วหยุดซอยเท้าในทันที การลื่นไถลอาจมีน้อยและได้ระยะสั้น การเบรกส่วนใหญ่การควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกของเอบีเอสไม่ค่อยมีโอกาสได้ทำงาน บางครั้ง 1 เดือน เอบีเอสไม่ได้แผลงฤทธิ์เลยก็มี ถ้าไม่ได้มีการเบรกไม่ปกติ ในสถานการณ์ข้างต้น ระบบ และชิ้นส่วน เอบีเอสมีพื้นฐานการทำงานหลักจากการทำงานของ 3 หน่วยหลัก (แต่มีเกิน 3 ชิ้นในรถยนต์ 1 คัน) คือ ใช้ หน่วยควบคุมแรงดันน้ำมันเบรก (หน่วยควบคุมไฮดรอลิก HYDRAULIC CONTROL UNIT) เฉพาะเมื่อมีการเบรกในสถานการณ์ข้างต้น โดยติดตั้งแทรกอยู่ระหว่าง ท่อน้ำมันเบรกหลังออกจากแม่ปั๊มเบรกตัวบน ก่อนส่งเข้าสู่กระบอกเบรกทั้ง 4 ล้อ แทนที่จะปล่อยให้น้ำมันเบรกส่งแรงดันไปเต็มที่เมื่อมีการเบรกอย่างรุนแรง-กะทันหัน โดยจะสลับทั้งเพิ่มและลดแรงดันน้ำมันเบรกสลับกันถี่ ๆ ด้วยการควบคุมและสั่งงานจาก หน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ (ELECTRONIC [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>รู้จักระบบเบรค ABS ให้ถ่องแท้ ตอนที่ 2<br />
เอบีเอสไม่ได้ช่วยให้ปลอดภัยขึ้นเสมอ<br />
มิได้หมายความว่า การขับรถยนต์ที่มีเอบีเอสแล้วเบรกจะไม่ชน หรือมีระยะเบรกสั้นกว่า ไม่มีเอบีเอส เพราะในการเบรกตามปกติที่เอบีเอสไม่ได้ทำงานควบคุมแรงดันน้ำมันเบรก ประสิทธิภาพและระยะเบรก ต้องขึ้นอยู่กัยระบบเบรกพื้นฐานเท่านั้น </p>
<p>เมื่อต้องเบรกแล้วเอบีเอสทำงาน ก็มิได้มีระยะเบรกสั้นลงเสมอไป ต้องเกี่ยวข้องกับ สภาพของเส้นทางด้วย คล้ายกับคนวิ่งบนถนนฝืดแล้วหยุดซอยเท้าในทันที การลื่นไถลอาจมีน้อยและได้ระยะสั้น การเบรกส่วนใหญ่การควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกของเอบีเอสไม่ค่อยมีโอกาสได้ทำงาน บางครั้ง 1 เดือน เอบีเอสไม่ได้แผลงฤทธิ์เลยก็มี ถ้าไม่ได้มีการเบรกไม่ปกติ ในสถานการณ์ข้างต้น </p>
<p>ระบบ และชิ้นส่วน<br />
เอบีเอสมีพื้นฐานการทำงานหลักจากการทำงานของ 3 หน่วยหลัก (แต่มีเกิน 3 ชิ้นในรถยนต์ 1 คัน) คือ ใช้ หน่วยควบคุมแรงดันน้ำมันเบรก (หน่วยควบคุมไฮดรอลิก HYDRAULIC CONTROL UNIT) เฉพาะเมื่อมีการเบรกในสถานการณ์ข้างต้น โดยติดตั้งแทรกอยู่ระหว่าง ท่อน้ำมันเบรกหลังออกจากแม่ปั๊มเบรกตัวบน ก่อนส่งเข้าสู่กระบอกเบรกทั้ง 4 ล้อ แทนที่จะปล่อยให้น้ำมันเบรกส่งแรงดันไปเต็มที่เมื่อมีการเบรกอย่างรุนแรง-กะทันหัน โดยจะสลับทั้งเพิ่มและลดแรงดันน้ำมันเบรกสลับกันถี่ ๆ ด้วยการควบคุมและสั่งงานจาก หน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ (ELECTRONIC CONTROL UNIT) ซึ่งรับสัญญาณ มาประมวลผลจาก เซ็นเซอร์ (PULSE SENSOR) บริเวณแกนล้อ หรือเพลากลาง ซึ่งทำหน้าที่จับการหมุนของล้อ </p>
<p>เอบีเอสมีการทำงานบางส่วนตลอดการขับรถยนต์ แต่บางส่วนทำงานแค่บางครั้ง คือ มีการส่งสัญญาณเซ็นเซอร์ไปยังหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์อยู่ตลอดเวลา เพื่อประมวลผลว่า ในตอนนั้นหน่วยควบคุมไฮดรอลิกควรจะมีการทำงานลด-เพิ่มแรงกันของน้ำมันเบรก สลับกันถี่ ๆ เพื่อคลายแรงกดของผ้าเบรคลง เพื่อป้องกันล้อล็อกหรือไม่ ถ้าล้อใด ๆ<br />
จะมีการล็อก หน่วยควบคุม </p>
<p>ไฮดรอลิกที่รับคำสั่งจากหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ จึงจะทำงานลด-เพิ่มแรงดันน้ำมันเบรก โดยระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์จะมีการตรวจสอบความผิดปกติของทั้งระบบอยู่ตลอดเวลา โดยมีการแสดงไฟสัญญาณบนแผงหน้าปัด ไฟจะสว่างขึ้นในช่วงหลังการบิดกุญแจก่อน สตารต์เครื่องยนต์ในช่วงแรก และดับลงหลังจากนั้นประมาณ 5 วินาที แล้วดับตลอดการขับ ถ้าในขณะขับรถยนต์แล้วมีไฟเอบีเอสสว่างขึ้นมา แสดงว่าในตอนนั้นมีส่วนใด ๆ ของเอบีเอสบกพร่อง แต่ส่วนใหญ่มักยังมีระบบเบรกพื้นฐานใช้งานตามปกติ ให้ใช้งานรถยนต์ด้วยความระมัดระวังและควรนำรถยนต์เข้ารับการซ่อมแซม โดยที่การบกพร่องนั้นมีหลายระดับ มิใช่ต้องเสียหรือต้องเปลี่ยนทั้งระบบเสมอไป บางครั้งแค่เซ็นเซอร์บางตัวเสียหรือสกปรก ก็เกิดปัญหาขึ้นได้ </p>
<p>แชนแนล เซ็นเซอร์<br />
นอกจากพื้นฐานของเอบีเอส ที่ต้องมี 3 หน่วยหลัก คือ หน่วยควบคุมไฮดรอลิก หน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ และเซ็นเซอร์ ยังมีรายละเอียดปลีกย่อย เช่น ต้องมีวาล์ว ช่วยกระจายแรงดันน้ำมันเบรก หรือต้องมีวงจรการควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกอย่างไร แชนแนล (CHANNAL) และมีกี่เซ็นเซอร์ (PULSE SENSOR) ในรถยนต์ 1 คัน ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะมีไม่น้อยกว่า 3 แชนแนล 3 เซ็นเซอร์ คือ มี 2 ล้อหน้าอิสระ แล้วค่อยเลือกกำหนดว่าจะรวมแชนแนลกันหรืออิสระในล้อคู่หลัง </p>
<p>แชนแนล คือ วงจรของน้ำมันเบรก อันหมายถึง การมีท่อต่อเชื่อมเนื้อน้ำมันเบรก ไหลเป็นท่อเดียวกัน ก็ถือว่าเป็น 1 แชนแนล ถ้าคลายแรงดันก็จะคลายพร้อมกัน ถ้าเพิ่มก็เพิ่มพร้อมกัน เช่น ถ้าเป็นแชนแนลเดียวกัน มีการควบคุมแรงดันน้ำมันเบรก พร้อมกันในล้อซ้าย-ขวา ไม่ว่ากำลังจะเกิดการล็อกในล้อใดล้อหนึ่ง ก็จะมีการคง-ลดแรงดัน น้ำมันเบรกทั้ง 2 ล้อพร้อมกัน ทั้งที่ล้ออีกข้างไม่เสี่ยงต่อการล็อก ระยะเบรกจึงอาจจะ ยาวขึ้นกว่าการควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกเฉพาะล้อกำลังจะเกิดการล็อก<br />
ดังนั้น ถ้าแยกแชนแนลกันอย่างอิสระย่อมดีกว่า </p>
<p>เอบีเอสส่วนใหญ่มี 3 แบบ หรือ 4 แชนแนล โดยมีการแยกล้อหน้าซ้าย-ขวา เป็นอย่างละ<br />
2 แชนแนลอิสระต่อกัน เพราะระบบเบรกล้อหน้าต้องรับภาระมากกว่า จากการถ่ายเท น้ำหนักลงสู่ด้านหน้า เมื่อมีการเบรก จึงควรมีการควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกแยกจากกัน ล้อไหนกำลังล็อก ก็ควรควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกเฉพาะล้อนั้นเท่านั้น ดังนั้น<br />
ในล้อคู่หน้าจึงมี 2 แชนแนลเป็นพื้นฐาน แล้วค่อยไปว่ากันในจำนวนแชนแนล ในล้อคู่หลัง </p>
<p>เมื่อมีการเบรก รถยนต์จะถ่ายน้ำหนักลงด้านหน้า ระบบเบรกในล้อคู่หลังจึงรับภาระ น้อยกว่าล้อคู่หน้า การควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกจึงสามารถออกแบบได้ 2 แบบ คือ<br />
2 ล้อหลังเป็นแชนแนลเดียวกัน จะคง-ลดแรงดันน้ำมันเบรกพร้อมกัน รวมเป็น 1 คัน<br />
3 แชนแนล รวมแชนแนลในล้อคู่หลัง หรืออิสระแยกกันในล้อคู่หลัง รวมเป็น 1 คัน<br />
4 แชนแนล<br />
โดยรวมแล้วเอบีเอสแบบ 4 แชนแนล จึงย่อมมีประสิทธิภาพเหนือกว่าแบบ 3 แชนแนล </p>
<p>เซ็นเซอร์คือ อุปกรณ์จับสัญญาณตรวจสอบการหมุนที่ติดตั้งบริเวณแกนล้อ (หรือเพลากลาง) แล้วส่งสัญญาณต่อเนื่องไปยังหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ โดยมี 3-4 เซ็นเซอร์ต่อรถยนต์ 1 คัน ส่วนใหญ่แยก 2 เซ็นเซอร์สำหรับล้อหน้าซ้าย-ขวา เพราะต้องรับภาระในการเบรกมากกว่า แล้วค่อยไปเลือกกำหนดว่าล้อคู่หลังควรมี 1 หรือ 2 เซ็นเซอร์ต่อ 2 ล้อ ถ้ามีเซ็นเซอร์ละ 2 ตัว ต่อล้อคู่หลัง ก็มีลักษณะการติดตั้งคล้ายกับเซ็นเซอร์ของล้อหน้า คือ อิสระต่อกัน แต่ถ้ามีเพียง<br />
1 เซ็นเซอร์ต่อ 2 ล้อหลัง ก็มักจะเป็นในกรณีของรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหลังหรือ 4 ล้อ ที่ต้องมีเพลากลาง โดยใช้เซ็นเซอร์จับสัญญาณจากเพลากลางไม่ใช่ที่แต่ละล้อ ซึ่งการส่ง สัญญาณไปยัง หน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ย่อมไม่อิสระเท่ากับการมีเซ็นเซอร์อิสระ ในแต่ละล้อ เพราะถ้ามีแค่ 1 เซ็นเซอร์ในล้อคู่หลัง 2 ล้อ ก็จะต้องควบคุมเป็นแบบรวม แชนแนลกันในล้อคู่หลังด้วย เพราะหน่วยควบคุมอิเล็คทรอนิกส์ไม่สามารถทราบได้เลยว่า ล้อหลังด้านไหนกำลังจะล็อก แล้วควรควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกเฉพาะในล้อด้านไหน </p>
<p>ถ้ามองเฉพาะในเรื่องของจำนวนแชนแนลหรือเซ็นเซอร์แล้ว การมีจำนวนของแชนแนล หรือเซ็นเซอร์มาก หรือครบ 4-4 ในแต่ละล้อสำหรับรถยนต์ 1 คัน ย่อมดีกว่าการมีแบบ<br />
4-3 หรือ 3-3 แชนแนล-เซ็นเซอร์ในรถยนต์แต่ละคัน เพราะจะทำให้มีการส่งสัญญาณ และการควบคุมเป็นไปอย่างอิสระและแม่นยำ ซึ่งการกำหนดใช้แชนแนลหรือเซ็นเซอร์ ไม่ครบ 4-4 ต่อ 4 ล้อ มักมีสาเหตุมาจาการควบคุมต้นทุนการผลิตเป็นสำคัญ </p>
<p>ดังนั้นเอบีเอสแบบ 4 แชนแนล 4 เซ็นเซอร์แบบอิสระทุกล้อในรถยนต์ 1 คัน จึงมีประสิทธิภาพเด่นกว่าแบบ 4-3 หรือ 3-3 แชนแนล-เซ็นเซอร์ ในกรณีที่มีอุปกรณ์ พื้นฐานอื่นเหมือนกัน ถ้ามีโอกาสเลือกใช้เอบีเอสแบบครบ ๆ 4 แชนแนล 4 เซ็นเซอร์ ย่อมดีกว่า<br />
ที่มา : http://www.tiida-club.net/smf/</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84-abs2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รู้จักระบบเบรค ABS(1)</title>
		<link>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84-abs1.html?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b9%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%259a%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2584-abs1</link>
		<comments>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84-abs1.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 24 Jul 2010 02:24:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.haarod.com/article/?p=521</guid>
		<description><![CDATA[ระบบเบรกรถยนต์ป้องกันล้อล็อก ABS มีคำถามจากผู้ที่สนใจเรื่องรถยนต์ถามว่า &#8220;ปัจจุบันระบบเบรก ABS กลายเป็นส่วนประกอบสำคัญของรถยนต์ไปเสียแล้วหรือ ?&#8221; เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ในวงการอุตสาหกรรมรถยนต์จึงได้คิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีความปลอดภัยหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบเบรก ABS, ถุงลมนิรภัย, คานเสริมรับแรงกระแทก ซึ่งในครั้งนี้ จะกล่าวถึงระบบเบรก ABS เทคโนโลยีที่จะช่วยให้รถหยุดได้อย่างมั่นใจในสภาวะคับขัน ระบบเบรก ABS ย่อมาจาก Anti-Lock Brake System หรือระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ที่เรียกเช่นนี้เพราะว่า สามารถป้องกันการ ล็อกตัวของล้อในขณะเบรกได้ แล้วการที่ล้อจะล็อกหรือไม่นั้น เกิดขึ้นและมีผลอย่างไรกับการขับขี่ อธิบายง่าย ๆ ว่า ในเวลาที่รถเคลื่อนที่ จะเกิดแรงที่ส่งให้รถหรือสิ่งใด ๆ ที่อยู่ในรถ เคลื่อนที่ไปข้างหน้า เราเรียกเจ้าแรงนี้ว่า &#8220;แรงเฉื่อย&#8221; ปริมาณของแรงเฉื่อยจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับน้ำหนักรวมและความเร็วของรถในขณะนั้น ถ้าในระหว่างที่ขับมาดี ๆ มีเหตุให้ต้องหยุดรถกะทันหัน วิธีเดียวที่จะทำได้ก็คือ หาแรงมาต้านในปริมาณที่เท่ากับแรงเฉื่อยที่ว่า รถจึงจะหยุดได้ แรงต้านที่ปลอดภัยที่สุดก็คือ แรงที่ได้มาจากการเบรก วิศวกรออกแบบระบบเบรก โดยใช้ประโยชน์จากความฝืด เวลาเราเหยียบเบรก แรงจากการเหยียบจะถูกเพิ่มปริมาณขึ้นโดยระบบคานงัดของขาแป้นเบรก, หม้อสุญญากาศเพิ่มแรงบวก, และระบบไฮ ดรอลิก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ระบบเบรกรถยนต์ป้องกันล้อล็อก ABS มีคำถามจากผู้ที่สนใจเรื่องรถยนต์ถามว่า<br />
&#8220;ปัจจุบันระบบเบรก ABS กลายเป็นส่วนประกอบสำคัญของรถยนต์ไปเสียแล้วหรือ ?&#8221;</p>
<p>เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ในวงการอุตสาหกรรมรถยนต์จึงได้คิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีความปลอดภัยหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบเบรก ABS, ถุงลมนิรภัย, คานเสริมรับแรงกระแทก ซึ่งในครั้งนี้ จะกล่าวถึงระบบเบรก ABS เทคโนโลยีที่จะช่วยให้รถหยุดได้อย่างมั่นใจในสภาวะคับขัน </p>
<p>ระบบเบรก ABS ย่อมาจาก Anti-Lock Brake System หรือระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ที่เรียกเช่นนี้เพราะว่า สามารถป้องกันการ ล็อกตัวของล้อในขณะเบรกได้ แล้วการที่ล้อจะล็อกหรือไม่นั้น เกิดขึ้นและมีผลอย่างไรกับการขับขี่ </p>
<p>อธิบายง่าย ๆ ว่า ในเวลาที่รถเคลื่อนที่ จะเกิดแรงที่ส่งให้รถหรือสิ่งใด ๆ ที่อยู่ในรถ เคลื่อนที่ไปข้างหน้า เราเรียกเจ้าแรงนี้ว่า &#8220;แรงเฉื่อย&#8221; ปริมาณของแรงเฉื่อยจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับน้ำหนักรวมและความเร็วของรถในขณะนั้น ถ้าในระหว่างที่ขับมาดี ๆ มีเหตุให้ต้องหยุดรถกะทันหัน วิธีเดียวที่จะทำได้ก็คือ หาแรงมาต้านในปริมาณที่เท่ากับแรงเฉื่อยที่ว่า รถจึงจะหยุดได้ แรงต้านที่ปลอดภัยที่สุดก็คือ แรงที่ได้มาจากการเบรก วิศวกรออกแบบระบบเบรก โดยใช้ประโยชน์จากความฝืด เวลาเราเหยียบเบรก แรงจากการเหยียบจะถูกเพิ่มปริมาณขึ้นโดยระบบคานงัดของขาแป้นเบรก, หม้อสุญญากาศเพิ่มแรงบวก, และระบบไฮ ดรอลิก พอไปถึงล้อ แรงที่ได้ก็จะสูงกว่าแรงเฉื่อย แต่แรงดังกล่าวจะไม่เกิดผลใด ๆ เลย ถ้าระหว่างผ้าเบรกกับจานเบรกและระหว่างยางกับพื้นถนน ไม่มีความฝืด ตรงนี้แหละที่เกี่ยวข้องกับการล็อกตัวของล้อ </p>
<p>ความฝืดระหว่างผ้าเบรกกับจานเบรกคงไม่มีปัญหาอะไร เพราะอยู่ในขอบเขตที่สามารถออกแบบให้มีความฝืดตามที่ต้องการได้ (ถ้าใช้ผ้าเบรกราคาถูกจะว่าไม่มีปัญหาก็ไม่ถูกนัก เพราะที่แน่ ๆ คือ ค่าสัมประสิทธิ์ความฝืด ย่อมไม่เท่ากับผ้าเบรกของแท้อย่างที่วิศวกรออกแบบเอาไว้) ที่จะมีปัญหาก็คือ ความฝืดระหว่างยางกับพื้นถนน เพราะถ้าความฝืดดังกล่าว มีค่าน้อยกว่า ความฝืดระหว่างผ้าเบรกกับจานเบรกและน้อยกว่าแรงเฉื่อย เช่น บนพื้นถนนที่ลื่น, ถนนลูกรัง, ถนนที่มีน้ำขังหรืออย่างในประเทศที่มีอากาศหนาวมาก ๆ มีแผ่นน้ำแข็งเกาะอยู่ ล้อก็จะถูกล็อกตาย แล้วลื่นไถลไปตามทิศทางของแรงเฉื่อยที่เกิดขึ้น ทีนี้ไม่ว่าจะหมุนพวงมาลัยไปทางไหนก็ตาม รถก็จะยังคงไถล ไปตามทิศทางของแรงเฉื่อย อยู่นั่นเอง นี่แหละครับ อันตรายของการที่ล้อล็อกตายในขณะเบรก<br />
คราวหน้า เอาไว้มาว่ากันต่อถึงการทำงาน และข้อควรระวังในการใช้เบรก ABS<br />
ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS เกิดมาจากแนวคิดในการแก้ปัญหาการลื่นไถลในขณะเบรก เนื่องจากความฝืดของระบบเบรกมีมากกว่าความฝืดของยางกับพื้นรถ เราทราบกันดีว่า ในขณะเบรกเราไม่ต้องการให้ล้อล็อกตายเพราะจะทำให้ควบคุมรถไม่ได้และการที่ล้อล็อกตายก็เพราะมีแรงจากการเบรกกดอยู่ การทำให้ไม่ให้ล้อล็อก ต้องปลดแรงจากการเบรกออก แต่พอปลดแรงเบรกออก รถก็ไม่หยุด เป็นเงื่อนไขกลับไปกลับมาอยู่อย่างนั้น </p>
<p>วิศวกรจึงแก้ปัญหานี้โดยการออกแบบให้ระบบเบรกทำงานแบบจับ-ปล่อยในจังหวะที่เร็วประมาณ 50 ครั้ง/วินาที เพราะพบว่าถ้าทำได้เร็วมาก ๆ จะทำให้ได้ผลอย่างที่ต้องการทั้งสองทางคือ การที่ล้อไม่ล็อกทำให้ยังสามารถที่จะควบคุมทิศทางของรถได้ และในขณะเดียวกันก็สามารถทำให้รถหยุดได้ด้วย แต่การที่จะให้ระบบเบรกทำงานอย่างนั้นได้ต้องมีอุปกรณ์ที่ค่อนข้างซับซ้อนเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ต้องมีตัวตรวจจับการหมุนของล้อ, มีหน่วยประมวลผล เป็นต้น เพื่อรับทราบว่าความเร็วในการหมุนของล้อแต่ละข้างเริ่มจะหยุดนิ่งหรือแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไรก่อนจะสั่งการให้ระบบเบรกทำงาน รวมทั้งมีชุดปั๊มและวาล์วที่สามารถทำงานด้วยความถี่หลายสิบครั้งต่อวินาที </p>
<p>ลักษณะการทำงานแบบจับ ๆ ปล่อย ๆ นี้เองที่ผู้ขับขี่บางท่านสงสัยว่าระบบเบรกในรถของตนจะผิดปกติหรือไม่ เพราะเมื่อเหยียบเบรกแล้วมีแรงต้านกระตุกถี่ ๆ ที่แป้นเบรก ซึ่งในกรณีนี้ถ้าเป็นที่มีระบบ ABS ไม่มีอะไรผิดปกติแต่กลับแสดงว่าระบบทำงานได้ดี แต่ถ้าเป็นรถที่ไม่มีระบบ ABS แล้วมีอาการคล้าย ๆ อย่างนั้น คงต้องนำรถเข้าศูนย์ตรวจเช็กกันเสียทีแล้ว เพราะจานเบรกอาจจะคดหรือมีชิ้นส่วนอะไรหลุดหลวมก็ได้ </p>
<p>ที่กล่าวมานี้คงพอจะทำให้ท่านได้รู้จักกับระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS กันมากขึ้น ก่อนที่จะลองไปตรวจสอบระบบเบรกของรถตนเอง มีข้อควรระวังที่อยากจะฝากไว้ว่า เบรก ABS ไม่ได้ทำให้รถหยุดได้ทันใจมากขึ้น กลับจะทำให้ระยะเบรกยาวขึ้นด้วยซ้ำ เพียงแต่เบรก ABS ช่วยให้สามารถควบคุมการบังคับเลี้ยวของรถได้ในขณะใช้เบรกบนพื้นผิวถนนที่ลื่นเท่านั้น </p>
<p>ABS : ความปลอดภัยที่ต้องเรียนรู้ </p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211; </p>
<p>รถยนต์ทุกคันล้วนมีระบบเบรกพื้นฐานแต่การเบรกกระทันหันอย่างรุนแรง หรือบนเส้นทางลื่นยังเสี่ยงต่อการเกิดอาการล้อล็อก ABS จึงถูกเสริมเข้ามา เพื่อลดความเสี่ยงนั้น </p>
<p>ผู้ผลิตรถยนต์ล้วนมีการพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเบรกพื้นฐานอยู่ตลอด เพื่อการหยุดการขับเคลื่อนจากเครื่องยนต์สมรรถนะสูงที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนา เพิ่มแรงม้าอย่างสมบูรณ์ที่สุด เช่น ดิสก์เบรกที่ระบายความร้อนได้ดี ผ้าเบรกเนื้อเยี่ยม และอีกสารพัดแนวทาง </p>
<p>ไม่ว่าจะมีการพัฒนาระบบเบรกพื้นฐานให้เหนือชั้นขึ้นเพียงใด ก็ยังมีอีกปัญหาหนึ่ง ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ คือ เบรกแล้วเกิดอาการล้อล็อก-หยุดหมุน ในขณะที่ตัวรถยนต์ ยังพยายามเคลื่อนที่อยู่ เช่น เมื่อมีการเบรกกระทันหันอย่างรวดเร็วรุนแรง หรือการเบรก บนเส้นทางลื่น เมื่อล้อล็อกก็จะส่งผลให้พวงมาลัยไม่สามารถควบคุมทิศทาง ได้ตามปกติหรือรถยนต์ปัดเป๋-หมุนคว้างได้ </p>
<p>แม้ผู้ขับมือดี จะมีแนวทางแก้ไขด้วยตัวเองโดยการตั้งสติกดเบรกหนักแต่พอประมาณ แล้วปล่อยออกมาเพื่อย้ำซ้ำ ๆ ถี่ ๆ ไม่กดแช่ เพื่อไม่ให้ล้อล็อก แต่ในการขับจริงทำได้ยาก เพราะอาจขาดการตั้งสติ คิดไม่ทัน หรือย้ำได้แต่ไม่ถี่พอ </p>
<p>ABS-ANTILOCK BRAKING SYSTEM<br />
เป็นแค่ระบบที่ถูกพัฒนาเสริมเข้ามา ไม่ใช่เมื่อมีเอบีเอสแล้วไม่ต้องมีระบบเบรกพื้นฐาน จะเป็นดิสก์เบรก 4 ล้อ หน้าดิสก์-หลังดรัม หรือดรัม 4 ล้อ ก็ยังต้องมีอยู่<br />
เอบีเอส ทำหน้าที่คงและคลายแรงดันน้ำมันเบรกสลับกันถี่ ๆ เพื่อป้องกันล้อล็อก เมื่อต้องเบรกในสถานการณ์แปลก ๆ ข้างต้น เหนือกว่าการควบคุมของมนุษย์ คือ แม่นยำและมีความถี่มากกว่า มีการจับ-ปล่อยผ้าเบรกสลับกันหลายครั้งต่อวินาที โดยผู้ขับมีหน้าที่ กดแป้นเบรกหนัก ๆ ไว้เท่านั้น </p>
<p>สาเหตุที่ต้องป้องกันล้อล็อก<br />
เพราะต้องการให้พวงมาลัยยังสามารถบังคับทิศทางพร้อมกับการเบรกอย่างกระทันหัน ไม่ใช่เบรกแล้วทื่อไปตามของแรงส่งในการเคลื่อนที่อย่างไร้การควบคุมทิศทาง และป้องกันไม่ให้รถยนต์ปัดเป๋-หมุนคว้าง<br />
ลองเปรียบเทียบถึงรถยนต์ที่แล่นบนพื้นน้ำแข็งที่ลื่นมาก และมีการกดเบรกอย่างเร็ว-แรง ล้อจะหยุดหมุน-ล็อก ในขณะที่ตัวรถยนต์ยังลื่นไถลต่อ ตามแรงในการเคลื่อนที่<br />
หรือแรงเหวี่ยง โดยพวงมาลัยแทบจะไร้ประโยชน์เพราะถึงจะหักเลี้ยวไปทางซ้าย แต่ถ้ารถยนต์มีแรงส่งไถลไปทางขวา ก็จะไม่สามารถควบคุมทิศทางให้ไปทางซ้าย ตามที่ต้องการได้<br />
การเบรกในสถานการณ์เช่นนั้น ต้องลดความเร็วลงในขณะที่ยังสามารถควบคุมทิศทาง ด้วยพวงมาลัยได้ มิใช่ปล่อยให้ไถลไปตามอิสระ ส่วนในการเบรกตามปกติ ที่ไม่กระทันหัน หรือเส้นทางไม่ลื่น เอบีเอสก็ไม่ได้มีโอกาสทำงานควบคุมแรงดันน้ำมันเบรก ยังใช้ประสิทธิภาพจริงของระบบเบรกพื้นฐานเป็นหลักเท่านั้น </p>
<p>สถานการณ์ใดบ้าง ที่ต้องการเอบีเอส<br />
ในประเทศที่มีหิมะตก หรือพื้นเส้นทางเคลือบไปด้วยน้ำแข็ง เอบีเอสมีโอกาสได้ทำงานบ่อย แต่ในประเทศแถบร้อนทั่วไป เอบีเอสก็มีโอกาสได้ทำงานพอสมควร เช่น การเบรก บนถนนเรียบ แต่เปียกไปด้วยน้ำ ทางโค้งฝุ่นทราย รวมถึงถนนเรียบแห้งสะอาด แต่มีการเบรกกระทันหันอย่างรวดเร็วรุนแรง โดยไม่ค่อยมีใครมองถึงประโยชน์ของเอบีเอส ในการเบรกขณะที่แต่ละล้อสัมผัสผิวเส้นทางที่มีความลื่อนต่างกัน เช่น การหลบลงไหล่ทาง<br />
แค่ 2 ล้อ ซึ่งมี 2 ล้อด้านขวาอยู่บนถนนฝืด แต่อีก 2 ล้อด้านซ้ายอยู่บนไหล่ทางผิวกรวดทราย ถ้าเบรกแรง ๆ แล้วรถยนต์อาจหมุนคว้างได้ </p>
<p>หากนึกภาพการเบรกเมื่อแต่ละล้อสัมผัสผิวเส้นทางที่ลื่นต่างกันไม่ออกมีตัวอย่างชัดเจน จาการทดสอบรถยนต์ในต่างประเทศ ในสนามทดสอบมีการปูกระเบื้องผิวลื่นมาก เป็นแถบยาว แทรกไว้บนด้านหนึ่งของผิวคอนกรีตหรือยางมะตอยที่มีความฝืดตามปกติ แล้วมีการฉีดพรมน้ำตลอด เริ่มจากการขับรถยนต์ที่ไม่มีเอบีเอส ให้ 2 ล้อในซีกซ้ายแล่นบน ผิวถนนปกติ และอีก 2 ล้อซีกขวาแล่นบนกระเบื้องเปียก เมื่อกดเบรกอย่างแรง รถยนต์ จะหมุนคว้างในทันที เพราะ 2 ล้อที่อยู่บนกระเบื้องเปียกจะหยุดหมุนล็อกอย่างรวดเร็ว แล้วเมื่อทดสอบด้วรถยนต์ที่มีเอบีเอส ก็สามารถเบรกได้ในขณะที่รถยนต์ยังตรงเส้นทางอยู่ ส่วนบนเส้นทางวิบาก เช่น ลูกรัง ฝุ่นทราย เอบีเอสช่วยได้ดีเมื่อต้องเบรกแรง ๆ หรือกระทันหัน </p>
<p>เปรียบเทียบลักษณะการทำงานของเอบีเอส และระยะในการเบรกให้เข้าใจง่าย ๆ คือ<br />
คนใส่รองเท้าพื้นยางเรียบ ถ้าวิ่งเร็ว ๆ บนคอนกรีตแล้วมี 2 วิธีในการหยุด คือ<br />
1. เสมือนไม่มีเอบีเอส หยุดซอยเท้าในทันทีพื้นรองเท้าก็จะครูดไปกับคอนกรีตไม่ไกล แล้วหยุดสนิท กับ<br />
2. กระทำเสมือนมีเอบีเอส ค่อย ๆ ลดความเร็วในการซอยเท้า ก่อนที่จะหยุดสนิท แม้พื้นรองเท้าจะไม่ครูดไปกับคอนกรีตแต่ก็จะไม่ได้ระยะหยุดสั้นกว่าการหยุดแบบ หยุดซอยเท้าในทันทีแล้วปล่อยให้ครูด หากวิ่งบนลานน้ำแข็ง แล้วใช้ 2 วิธีในการหยุด เหมือนเดิม คือ<br />
1. เสมือนไม่มีเอบีเอส หยุดซอยเท้าในทันที พื้นรองเท้าก็จะครูดไปกับผิวน้ำแข็ง มีระยะทางไกล กว่าจะหยุดสนิท ทั้งยังลื่นไถลปัดเป๋ไร้ทิศทาง กับ<br />
2. การทำเสมือนมีเอบีเอส ค่อย ๆ ลดความเร็วในการซอยเท้าลงช้า ๆ ก่อนที่จะหยุดสนิท พื้นรองเท้าจะไม่ครูดไปกับผิวน้ำแข็ง ไม่ลื่นไถลและไม่ปัดเป๋ แล้วก็จะได้ระยะหยุดสั้นกว่าการหยุดแบบหยุดซอยเท้าในทันที</p>
<p>ที่มา : http://www.tiida-club.net/smf/</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%84-abs1.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องน่ารู้สำหรับวัยโจ๋ที่ชอบเเต่งรถ</title>
		<link>http://www.haarod.com/article/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%82.html?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b7%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b9%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b3%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%2582</link>
		<comments>http://www.haarod.com/article/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%82.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 15 May 2010 10:07:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[แต่งรถ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.haarod.com/article/?p=519</guid>
		<description><![CDATA[ในปัจจุบันอุตสหกรรมยานยนต์ได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วตอบสนองบรรดาผู้ใช้รถใช้ถนนได้ทุกเพศทุกวัยไม่เว้นเเม้เเต่วัยรุ่น หรือ วัยโจ๋อย่างพวกเรา เเละสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับรถยนต์เลยก็คือ อุปกรณ์ตกเเต่งรถยนต์ครับ รถยนต์ที่ออกจากโรงงานไม่อาจจะตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเสมอไปจริงมั้ยครับ จำเป็นต้องมีการปรับเเต่ง หรือตกเเต่งบางสิ่งบางอย่าง เช่น เปลี่ยนใส่ล้อเเม็กที่มีรวดลายสวยถูกใจ , ทำเครื่องเสียง , ใสสเกิ๊ตรอบคัน , ติดสปอย์เลอร์ที่ด้านหลัง หรืออาจจะทำเพื่อเพิ่มความสวยงามของรถยนต์ก็ดี หรือ ปรับเเต่งเพื่อเพิ่มสมรรถนะของรถก็ดี เเต่จะมีสักกี่คนล่ะครับ ที่จะรู้ว่าอุปกรณ์ที่เราซื้อมาด้วยเงินจำนวนไม่น้อย เพื่อที่จะมาติดตั้งในรถยนต์ของเรานั้น จะทำให้สมรรถนะดีขึ้นมากเเค่ไหน ใส่เเล้วดีจริงหรือเปล่า รถเเรงขึ้นมั้ย เรื่องของการปรับเเต่งรถยนต์นั้น ถ้าจะศึกษาให้รู้จริงเเท้นั้นค่อนข้างจะละเอียดอ่อนมากครับ ช่างตามอู่บางคนยังไม่มีความรู้ที่ดีพอก็สามารถที่จะสร้างความเสียหายให้กับรถยนต์ของเราได้ทั้งนั้น ในการปรับเเต่งรถยนต์นั้นต้องสามารถให้เหตุผลได้ว่า ” อะไรที่ติดตั้งไปกับรถเราเเล้วทำให้รถมีสมรรถนะดีขึ้น เเละดีขึ้นเพราะอะไร วันนี้ผมจะพาท่านผู้อ่านทุกคนไปรู้จักกับอุปกรณ์ชนิดหนึ่ง ซึ่งเรารู้จักคุ้นเคยกันอย่างดีครับในบรรดาวัยโจ๋เเต่งรถทั้งหลาย นั่นก็คือ สเกิ๊ต เเละสปอย์เลอร์ ครับ มีใครไม่รู้จักมั้ยครับ อุปกรณ์ชนิดนี้เเละมีใครพอจะรู้บ้างมั้ยครับ ว่าเค้ามีไว้เพื่ออะไรครับ มันทำหน้าที่อะไร เเล้วทำไมเราต้องเอามันมาติดที่รถยนต์ของเราด้วย บางคนอาจจะคิดว่าติดไว้เท่ๆ เท่านั้นเอง ผมคิดว่าก็มีทั้งคนที่รู้เเละไม่รู้ใช่มั้ยครับงั้นวันนี้เราจะได้รู้กันครับ ขอให้ผู้อ่านทำความเข้าใจในเรื่องของ อากาศพลศาสตร์ของยานยนต์ ครับ อากาศพลศาสตร์ของยานยนต์ (Vehicle Aerodynamics) เป็นเรื่องที่ว่าด้วย การเคลื่อนไหวของอากาศผ่านรถยนต์ของเราครับ มีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เราต้องพิจารณาเรื่องของ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในปัจจุบันอุตสหกรรม<strong>ยานยนต์</strong>ได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วตอบสนองบรรดาผู้ใช้<strong>รถ</strong>ใช้ถนนได้ทุกเพศทุกวัยไม่เว้นเเม้เเต่วัยรุ่น หรือ วัยโจ๋อย่างพวกเรา เเละสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับ<strong>รถยนต์</strong>เลยก็คือ อุปกรณ์ตก<strong>เเต่งรถยนต์</strong>ครับ <em>รถยนต์</em>ที่ออกจากโรงงานไม่อาจจะตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเสมอไปจริงมั้ยครับ จำเป็นต้องมีการปรับเเต่ง หรือตกเเต่งบางสิ่งบางอย่าง เช่น เปลี่ยนใส่ล้อเเม็กที่มีรวดลายสวยถูกใจ , ทำ<strong>เครื่องเสียง </strong>, ใสสเกิ๊ตรอบคัน , ติดสปอย์เลอร์ที่ด้านหลัง หรืออาจจะทำเพื่อเพิ่มความสวยงามของรถยนต์ก็ดี</p>
<p>หรือ ปรับเเต่งเพื่อเพิ่มสมรรถนะของรถก็ดี เเต่จะมีสักกี่คนล่ะครับ ที่จะรู้ว่าอุปกรณ์ที่เราซื้อมาด้วยเงินจำนวนไม่น้อย เพื่อที่จะมาติดตั้งในรถยนต์ของเรานั้น จะทำให้สมรรถนะดีขึ้นมากเเค่ไหน ใส่เเล้วดีจริงหรือเปล่า <strong>รถเเรง</strong>ขึ้นมั้ย เรื่องของการปรับ<strong>เเต่งรถ</strong>ยนต์นั้น ถ้าจะศึกษาให้รู้จริงเเท้นั้นค่อนข้างจะละเอียดอ่อนมากครับ ช่างตามอู่บางคนยังไม่มีความรู้ที่ดีพอก็สามารถที่จะสร้างความเสียหายให้กับ<em>รถยนต์</em>ของเราได้ทั้งนั้น ในการปรับ<em>เเต่งรถยนต์</em>นั้นต้องสามารถให้เหตุผลได้ว่า ” อะไรที่ติดตั้งไปกับรถเราเเล้วทำให้รถมีสมรรถนะดีขึ้น เเละดีขึ้นเพราะอะไร <span id="more-519"></span></p>
<p>วันนี้ผมจะพาท่านผู้อ่านทุกคนไปรู้จักกับอุปกรณ์ชนิดหนึ่ง ซึ่งเรารู้จักคุ้นเคยกันอย่างดีครับในบรรดาวัยโจ๋เเต่งรถทั้งหลาย นั่นก็คือ สเกิ๊ต เเละสปอย์เลอร์ ครับ มีใครไม่รู้จักมั้ยครับ อุปกรณ์ชนิดนี้เเละมีใครพอจะรู้บ้างมั้ยครับ ว่าเค้ามีไว้เพื่ออะไรครับ มันทำหน้าที่อะไร เเล้วทำไมเราต้องเอามันมาติดที่รถยนต์ของเราด้วย บางคนอาจจะคิดว่าติดไว้เท่ๆ เท่านั้นเอง ผมคิดว่าก็มีทั้งคนที่รู้เเละไม่รู้ใช่มั้ยครับงั้นวันนี้เราจะได้รู้กันครับ ขอให้ผู้อ่านทำความเข้าใจในเรื่องของ อากาศพลศาสตร์ของ<strong>ยานยนต์ </strong>ครับ</p>
<p>อากาศพลศาสตร์ของยานยนต์ (Vehicle Aerodynamics) เป็นเรื่องที่ว่าด้วย การเคลื่อนไหวของอากาศผ่านรถยนต์ของเราครับ มีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เราต้องพิจารณาเรื่องของ การเคลื่อนที่ของอากาศผ่านรถยนต์</p>
<p>ในเวลาที่เราขับรถยนต์นะครับ รถยนต์ของเราจะเคลื่อนที่ไปด้วยความเร็วที่เราควบคุมในขณะที่รถยนต์ของเราเคลื่อนที่นั้น จะมีอากาศที่ไหลผ่านมาปะทะที่รถยนต์ของเราครับ เนื่องจากอากาศที่ไหลผ่านหลังคารถยนต์มีความเร็วสูงกว่าอากาศที่ไหลผ่านใต้ท้องรถยนต์ครับ ดังนั้นอากาศเหนือหลังคารถจึงมีความดันต่ำกว่าอากาศใต้ท้องรถ ครับ ความเเตกต่างของความดันนี้ทำให้เกิด เเรงยก (Lift) เเละการหมุนวนของอากาศขึ้น (Vortex) ครับ การหมุนวนของอากาศที่เกิดขึ้นที่ส่วนท้ายของ<strong>รถยนต์</strong> จะเกิดเป็น 2 บริเวณ ทั้งด้านซ้ายเเละด้านขวาของรถยนต์ครับ เเละ อากาศที่หมุนวนนี้เองที่ทำให้เกิดเเรงต้านการเคลื่อนที่ของรถยนต์ของเราครับ พูดง่ายๆก็คือ มันจะทำให้รถยนต์ของเราวิ่งได้ช้าลงไงครับ คือไม่สามารถทำความเร็วได้เต็มที่ ครับ</p>
<p>พอจะเห็นภาพบ้างมั้ยครับ คราวนี้เราลองมาทำความเข้าใจกับคำว่า เเรงต้าน , เเรงยก เเละ เเรงกด กันครับ ในขณะที่รถยนต์ของเรากำลังวิ่งอยู่บนถนน หรือกำลังเเข่งกันอยู่ ก็ได้นะครับ รถยนต์ของเราจะถูกกระทำด้วยเเรงต้าน เเละ เเรงยก ของอากาศครับ ( เเรงต้าน หมายถึง เเรงที่พยายามต้านการเคลื่อนที่ของ<em>รถยนต์ </em>ครับ เเละ เเรงยกหมายถึง เเรงที่พยายามที่จะยก หรือดันให้รถยนต์ของเราลอยตัวขึ้นครับ ) เเรงต้านมากนอกจากจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง เเล้ว ยังทำให้สามารถกลายเป็นผู้เเพ้ในสนามเเข่งได้อีกด้วย ในส่วนของเเรงยกของอากาศนั้น ก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเท่าไหร่ครับ ก็จะมีผลทำให้ การยึดเกาะถนนของยางลดลง ทำให้รถยนต์ของเราทรงตัวไม่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะเลี้ยวโค้งด้วยอัตราเร็วสูง รถยนต์ของเราอาจจะลื่นไถลเเละเสียหลักได้ครับ</p>
<p>ดังนั้นรถยนต์ที่ต้องการความเร็วสูง เช่นรถเเข่ง จำเป็นต้องเพิ่มเเรงกด ให้กับรถยนต์ เพื่อให้สามารถเลี้ยวโค้งที่อัตราเร็วสูงได้อย่างมั่นคงครับ</p>
<p>การเพิ่มเเรงกดก็สามารถทำได้ไม่ยากครับเเละวิธีนี้ก็สามารถเพิ่มเเรงกดได้ถึง 3 เท่า ของน้ำหนักรถยนต์ที่อัตราเร็ว 270 km/h เเรงกดที่เกิดขึ้นก็มาจากการติดตั้ง สปอย์เลอร์ ที่ด้านหลังของรถยนต์นั่นเองครับ เเต่อย่างไรก็ตามเเรงต้านก็จะเพิ่มขึ้นด้วยครับ เเละ การปรับเเต่งใต้ท้องรถยนต์ให้เกิดความดันต่ำขึ้นที่บริเวณพื้นที่สองด้านของคนขับ ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นครับ ขอบด้านข้างของตัวรถยนต์ก็ต้องติดตั้ง Flexible Skirt หรือที่เราเรียกโดยทั่วๆไปว่า =” สเกิ๊ต นั่นเองครับ ใส่ไปก็เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศจากด้านข้างไหลเข้าไปรบกวนการไหลของอากาศส่วนใต้ท้องรถครับ</p>
<p>เพื่อทำความเข้าใจถึงวิธีการลดเเรงต้านของอากาศ ก่อนอื่นนะครับ จะต้องศึกษากลไกที่ทำให้เกิดเเรงต้าน ซึ่งนำไปสู่เเรงต้านรวมทั้งหมดครับ เเละเมื่ออากาศไหลผ่านผิวหน้าใดก็ตามด้วยอัตราเร็วคงที่ เเรงต้านอากาศที่เกิดขึ้นประกอบด้วยเเรง 2 ส่วนครับ คือ</p>
<p>1 ) เเรงต้านทีผิวสัมผัส มีสาเหตุมาจากความเสียดทานที่ผิวสัมผัสระหว่างอากาศกับพื้นผิวที่อากาศสัมผัส</p>
<p>2 ) เเรงต้านความดัน มีสาเหตุมาจาก ความเเตกต่างของความดันที่กระจายบนพื้นผิวที่อากาศสัมผัส ครับ</p>
<p>ที่นี้เราลองมาดูปัจจัยที่มีส่วนทำให้เเรงต้านอากาศเพิ่มขึ้นนะครับว่ามีอะไรบ้าง</p>
<p>1 ) ล้อ ห้องเกียร์ เเละระบบกันสะเทือนซึ่งอยู่ใต้ท้องรถยนต์</p>
<p>2 ) การไหลของอากาศผ่าน<strong>รถยนต์</strong></p>
<p>3 ) ผิวหน้าที่ไม่ราบเรียบของรถยนต์ เช่น ขอบคิ้วต่างๆ ของประตู เเละ กระจกข้าง กระจกหน้าต่างของรถยนต์ เเละ อุปกรณ์เสริมต่างๆที่ติดตั้งที่ตัวถังรถยนต์</p>
<p>4 ) การเปิดกระจกหน้าต่างรถยนต์ในขณะขับขี่จะทำให้สูญเสียโมเมนตัมการไหลของอากาศทำให้เกิดเเรงต้านเพิ่มขึ้นครับ</p>
<p>เป็นอย่างไรบ้างครับ สำหรับความรู้เรื่อง ของการใส่ สเกิ๊ตเเละสปอย์เลอร์ การที่เราจะติดตั้ง สเกิ๊ตเเละสปอย์เลอร์ นั้น ถ้านอกเหนือจากการติดตั้งเพื่อความสวยงามของตัวรถเเล้ว ถ้าเราต้องการสมรรถนะเเละประสิทธิภาพของรถยนต์เเล้ว จำเป็นอย่างยิ่งครับ ที่จะต้องมีความรู้เรื่องดังกล่าวจึงจะสามารถปรับเเต่งรถยนต์ของเราได้อย่างถูกต้องเเละตามความเหมาะสมครับ</p>
<p>รถยนต์ที่ได้รับการปรับเเต่งมาเเบบผิดๆ นอกจากเจ้าของรถจะถูกหลอกเเล้วก็ยังมีความเชื่อเเบบผิดๆ ตามไปด้วย เเละผลที่ตามมาก็คือ ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับรถยนต์ของเราเเล้ว ยังเป็นการเพิ่มเเรงต้านของอากาศอีกด้วย ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันโดยใช้เหตุ ครับ เพราะว่ารูปทรงของรถยนต์เเต่ละรุ่นเเต่ละยี่ห้อนั่นต่างกันครับ เเรงต้านอากาศที่กระทำกับรถยนต์เเต่ละรุ่นเเต่ละยี่ห้อนั่นก็ต่างกันครับเพราะฉะนั้นการติดตั้ง สปอย์เลอร์ ต้องดูให้เหมาะกับรูปทรงของรถยนต์เเต่ละรุ่นด้วยครับ เเละ สปอย์เลอร์จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อมีเเรงกดของอากาศจากด้านท้ายรถยนต์ที่เพียงพอ เเละการที่จะได้มาด้วยเเรงกดอันมหาศาลนั้นก็ต้องมีปัจจัยอย่างนึงมาเกี่ยวข้องครับนั่นก็คือ ความเร็วของรถยนต์ ครับ ถ้าเราขับรถยนต์ไม่ได้ความเร็วที่เหมาะสมเเล้ว สปอย์เลอร์ก็จะไม่ทำหน้าที่อะไรเลย นอกจากติดไว้เท่ๆเท่านั่น เพราะเเรงกดอากาศไม่เพียงพอ ความเร็วที่มากพอที่จะทำให้สปอย์เลอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นผมคงไม่สามารถบอกได้ เพราะสปอยเลอร์เเต่ละเเบบไม่เหมือนกัน รูปทรงรถยนต์เเต่ละรุ่นก็ไม่เหมือนกัน เเต่คิดว่าคงต้องใช้ความเร็วไม่ต่ำกว่า 150 km/h สปอย์เลอร์ถึงจะเริ่มทำงานเเละสร้างเเรงกดให้กับรถยนต์ของเราได้ครับ</p>
<p>สรุปได้ว่า การปรับ<strong>เเต่งรถ</strong>ยนต์เราก็ต้องดูตามความเหมาะสม เเละตามการใช้งานของตัวเราด้วยครับ เพราะจะทำให้เราสบายใจ เเละสบายกระเป๋า ไม่ต้องโดนหลอกให้เสียกะตัง บ่อยๆ การ<em>เเต่งรถ</em>เราควรระลึกไว้เสมอว่า อะไรที่ติดตั้งไปกับรถยนต์ของเราเเล้วทำให้รถมีสมรรถนะที่ดีขึ้น เเละดีขึ้นเพราะอะไร มีความพอเพียงเเละมีเหตุผลอยู่เสมอเท่านี้เราก็สามารถเเต่งรถได้อย่างสบายใจเเล้วครับ<br />
ที่มา http://variety.eduzones.com/car/2010/02/20/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%82-2/</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.haarod.com/article/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%82.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้อดีของ&#8217;เต็นท์รถมือสอง&#8217;</title>
		<link>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87.html?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%2582%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%2587%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2597%25e0%25b9%258c%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2596%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587</link>
		<comments>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 15 May 2010 09:51:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.haarod.com/article/?p=517</guid>
		<description><![CDATA[ข้อดีของ&#8217;เต็นท์รถมือสอง&#8216; การซื้อขายรถมือสอง มี 2 แนวทางหลัก คือ ซื้อจากเจ้าของโดยตรง (รถบ้าน) หรือเต็นท์ (รวมถึงผู้ค้าในรูปแบบต่างๆ ด้วย) ทัศนคติของคนส่วนใหญ่มักมองเต็นท์อย่างเลวร้ายว่า หลอกย้อมแมว โกหกสภาพ และขายแพง ในความเป็นจริงต้องมีข้อดีอยู่ไม่น้อย เพราะไม่งั้นจะมีเต็นท์รถมือสองอยู่เกลื่อนเมืองได้อย่าง ไร ถ้ามีแต่คนรังเกียจ นับว่ามีส่วนจริงอยู่มาก สำหรับคนที่มีทัศนคติในแง่ลบต่อเต็นท์รถมือสอง เพราะเกิน กว่าครึ่ง มักจะปรับสภาพรถด้วยค่าใช้จ่ายต่ำที่สุดในทุกด้าน ทำแบบขอไปที หรือถึงขั้นย้อม แมว เมื่อใครซื้อมาอาจต้องไล่ซ่อมเหนื่อยกันอีกหลายรอบ หรือถึงขั้นหลอกขายรถที่เคยชน หนักหรือคว่ำมาก็ยังมี แต่เต็นท์รถ ไม่ใช่โจร ไม่ใช่ธุรกิจใต้ดิน ไม่ได้มีแต่เต็นท์เลวๆ เสมอไป ยังมีเต็นท์ดีอยู่บ้าง ไม่งั้นวงจรธุรกิจนี้จะดำรงอยู่ได้อย่างไร ไม่เห็นเลิก มีแต่เปิดเพิ่มกันเต็มเมือง ผมเน้นเสมอว่า การซื้อรถมือสอง ให้ดูสภาพคันจริงอย่างละเอียดและเปรียบเทียบกับราคา ไม่ต้องสนใจแหล่งที่ขาย เพราะรถเต็นท์สภาพดีๆ ก็มีรถบ้านเน่าๆ ก็เยอะ คำว่ารถบ้านไม่ได้มีความขลังอะไรเลย บทความนี้ไม่ได้เชียร์ให้ซื้อรถเต็นท์ แต่เป็นอีกแง่มุมที่เป็นความจริง ‘‘ สะดวกสถานที่ เต็นท์เหมือนห้างสรรพสินค้า ที่เตรียมสินค้าไว้ให้ซื้อได้อย่างสะดวก มีที่ตั้งชัดเจน รู้ตั้งแต่ดูประกาศโฆษณาตามนิตยสารหรือเดินทางผ่านแล้วเห็นว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ข้อดีของ&#8217;เต็นท์<strong>รถมือสอง</strong>&#8216;</p>
<p>การ<strong>ซื้อขายรถ</strong>มือสอง มี 2 แนวทางหลัก คือ ซื้อจากเจ้าของโดยตรง (รถบ้าน) หรือเต็นท์ (รวมถึงผู้ค้าในรูปแบบต่างๆ ด้วย) ทัศนคติของคนส่วนใหญ่มักมองเต็นท์อย่างเลวร้ายว่า หลอกย้อมแมว โกหกสภาพ และขายแพง ในความเป็นจริงต้องมีข้อดีอยู่ไม่น้อย เพราะไม่งั้นจะมี<strong>เต็นท์รถมือสองอยู่</strong>เกลื่อนเมืองได้อย่าง ไร ถ้ามีแต่คนรังเกียจ </p>
<p>นับว่ามีส่วนจริงอยู่มาก สำหรับคนที่มีทัศนคติในแง่ลบต่อเต็นท์<em>รถมือสอง </em>เพราะเกิน กว่าครึ่ง มักจะปรับสภาพรถด้วยค่าใช้จ่ายต่ำที่สุดในทุกด้าน ทำแบบขอไปที หรือถึงขั้นย้อม แมว เมื่อใครซื้อมาอาจต้องไล่ซ่อมเหนื่อยกันอีกหลายรอบ หรือถึงขั้นหลอก<strong>ขายรถ</strong>ที่เคยชน หนักหรือคว่ำมาก็ยังมี </p>
<p>แต่<em>เต็นท์รถ</em> ไม่ใช่โจร ไม่ใช่ธุรกิจใต้ดิน ไม่ได้มีแต่เต็นท์เลวๆ เสมอไป ยังมีเต็นท์ดีอยู่บ้าง ไม่งั้นวงจรธุรกิจนี้จะดำรงอยู่ได้อย่างไร ไม่เห็นเลิก มีแต่เปิดเพิ่มกันเต็มเมือง </p>
<p>ผมเน้นเสมอว่า การซื้อ<em>รถมือสอง </em>ให้ดูสภาพคันจริงอย่างละเอียดและเปรียบเทียบกับราคา ไม่ต้องสนใจแหล่งที่ขาย เพราะรถเต็นท์สภาพดีๆ ก็มีรถบ้านเน่าๆ ก็เยอะ คำว่ารถบ้านไม่ได้มีความขลังอะไรเลย </p>
<p>บทความนี้ไม่ได้เชียร์ให้ซื้อ<strong>รถเต็นท์ </strong>แต่เป็นอีกแง่มุมที่เป็นความจริง </p>
<p>‘‘ สะดวกสถานที่<br />
เต็นท์เหมือนห้างสรรพสินค้า ที่เตรียมสินค้าไว้ให้ซื้อได้อย่างสะดวก มีที่ตั้งชัดเจน รู้ตั้งแต่ดูประกาศโฆษณาตามนิตยสารหรือเดินทางผ่านแล้วเห็นว่า สะดวกหรือควรจะแวะไปดูหรือไม่<br />
ในขณะที่การ<strong>ซื้อรถ</strong>ตามบ้าน ไม่ทราบในตอนดูประกาศว่า จะอยู่ไกลจากเราแค่ไหน ต้องเริ่มสอบถามกัน อธิบายเส้นทางกันยืดยาว หลงบ้างรถติดบ้าง หรือไกลสุดกู่ ส่วนใหญ่มักนัดดูที่บ้านก็อาจจะซับซ้อน เดินทางเหนื่อย ไปแล้วก็ไม่ทราบว่าจะถูกใจหรือเปล่า อาจเสียเที่ยวเปล่าก็เป็นได้ </p>
<p>‘‘ สะดวกเวลา<br />
เต็นท์เปิดตั้งแต่สายๆถึงเกือบย่ำค่ำ เลือก เวลาไปดูรถได้เลยตลอดวัน ถ้าจะซื้อรถบ้าน เวลาว่างของผู้ซื้อกับผู้ขายต้องตรงกัน บางคนไม่สะดวกที่จะลางาน ต้องนัดดูตอนเที่ยง ถ้า คลาดเคลื่อนเวลาก็แย่ ครั้นจะดูตอนเลิกงานก็มืดแล้ว มองสภาพต่างๆ ได้ไม่ชัด </p>
<p>‘‘ สภาพพร้อมใช้<br />
แม้ในความเป็นจริง จะเป็นการปรับสภาพแบบขอไปที เน้นให้ดูดีไว้ก่อน แต่ก็ยังดีกว่ารถบ้านที่บางครั้งปล่อยสีถลอก ยังไม่ได้ ซ่อม มีโน่นมีนี่เสีย ปล่อยให้ไปซ่อมเอง ก็แล้ว แต่ว่าผู้ซื้อจะชอบแบบใด พร้อมใช้ (แบบพอทน) จากเต็นท์ หรือต้องปรับสภาพเอง (สำหรับรถบ้านบางคัน) </p>
<p>‘‘ เงินผ่อนสะดวก<br />
<strong>เต็นท์</strong>มีบริการติดต่อ<strong>ไฟแนนซ์</strong>ให้อย่างสะดวก จ่ายเงินดาวน์ ทำเอกสารสักชั่วโมง ก็รับรถไปใช้งานก่อน แล้วค่อยนัดวันทำสัญญา และโอนกรรมสิทธิ์รถเข้าไฟแนนซ์<br />
ถ้า<strong>ซื้อรถบ้าน </strong>ต้องติดต่อ<em>ไฟแนนซ์</em>เอง ยังเอารถมาใช้ไม่ได้จนกว่าผู้ซื้อจะได้เงินครบ (ดาวน์+จากไฟแนนซ์) และผู้ขายไม่ค่อยอยาก ขายแบบเข้าไฟแนนซ์ เพราะได้เงินช้าหลังจากตกลงกันนานเกิน 1 สัปดาห์ และต้องมีช่วงเวลา 2-5 วันหลังจากมีการโอนกรรมสิทธิ์รถแล้ว แต่ยังไม่ได้รับเงินจาก<em>ไฟแนนซ์</em> ทำให้ใจคอไม่ค่อยดีอีกด้วย รถถูกโอนแล้วแต่ยังได้เงินไม่ครบ </p>
<p>‘‘ มีโฆษณามากมาย<br />
ในหลายนิตยสารสื่อซื้อ<strong>ขายรถมือสอง</strong>รายสัปดาห์ เล่มละ 30-50 บาท มีโฆษณาสารพัดเต็นท์ให้ดูอย่างจุใจ ทั้งภาพ รายละเอียด ราคา และสถานที่ พร้อมเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้ทั้งวัน รถบ้านก็มีโฆษณาในนั้น แต่ไม่มาก และมักไม่มีภาพและมีรายละเอียดน้อย </p>
<p>‘‘ มีรถให้เลือกมาก<br />
เต็นท์ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ติดๆ กัน และมีรถหลายคันในแต่ละเต็นท์ บางครั้งตั้งใจไปดูรถคันเดียวโดยเน้นเฉพาะรุ่น แต่พอไม่ได้ซื้อ ก็อาจจะหันไปดูรถรุ่นอื่นในเต็นท์เดียวกัน หรือเต็นท์ใกล้เคียง หากไปดูรถบ้านก็ต้องเจาะจงดูได้แค่คันเดียวเลย<br />
โลกมี 2 ด้านเสมอ ขาวกับดำแม้ในบาง เรื่องที่ดูสุดแย่ ก็ยังมีแง่มุมที่ดีอยู่บ้าง<br />
ที่มา http://www.bkkcar.com/article/22.asp</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ยี่ห้อรถที่ชอบบอกนิสัยเจ้าของ</title>
		<link>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a2.html?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ab%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2596%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25a2</link>
		<comments>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a2.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 15 May 2010 09:22:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.haarod.com/article/?p=505</guid>
		<description><![CDATA[  ยี่ห้อรถที่ชอบบอกนิสัยเจ้าของ   ยี่ห้อรถที่คุณใช้อยู่ปัจจุบันนี้ บอกนิสัยของเจ้าของได้ดีเลยทีเดียวค่ะ ไม่เชื่อมาดูกันว่าแม่นหรือไม่แม่นค่ะ BMW       เป็นผู้อ่อนโยนอ่อนหวานแต่ลึกๆเปี่ยมไปด้วยเล่ห์กลต่างๆ มักจะมีนิสัยเจ้าชู้ประเภทปากว่าตาขยิบ แต่ถ้า หากรักใครซักคนก็จะรักแบบหัวปักหัวปำเลยแหละ       ถ้าไม่ใช่เสี่ยมือเติบก้อหนุ่มขี้หลีโดยประมาณ เป็นคนมุ มานะสูง จะจีบสาวคนใดถ้ามุ่งมั่นไปแล้วก็จะจีบให้ได้ เป็นคนเซ็กส์จัด ชอบพูดจาตลกลามก แต่ดูอบอุ่น เมื่ออยู่ใกล้ๆ CITRONE       เป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง มักจะมองผู้หญิงที่มีอายุมากกว่าตัวเอง ยึดถือคติ ไวน์ยิ่งแก่ยิ่งรสดี แต่ไม่ชอบดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่       มักจะมองคนลึกๆไม่มองเพียงภายนอก ถ้าจะคบผู้หญิงจะคบที่หัวใจเท่านั้น แต่เป็นคนที่ขี้เบื่อง่าย ทำอะไรจึงไม่ค่อยสำเร็จ MERCEDES &#8211; BENZ       ผู้ชายที่อบอุ่น มีแต่การให้ โดยที่ไม่หวังสิ่งตอบแทนมากนัก แต่ก็หวังไว้ลึกๆว่าจะได้ผลนั้นตอบแทน เป็น คนที่ไม่ค่อยพูด แต่เวลาพูดจะพูดไม่หยุด เวลาเมาจะชอบพูดๆๆ       แล้วก้อพูดเกินความจำเป็น ลึกๆเป็นคน สุขุม เป็นประเภทที่ว่า แอบพกถุงยางอานามัยไว้ในกระเป๋า ในเก๊หน้ารถมียาคุมฉุกเฉิน มักจะเป็นคนที่ มองการไกล หวังถึงอนาคตข้างหน้ามากกว่าปัจจุบัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>
<div><span style="color: #0000ff;"> </span></div>
<p><span style="color: #0000ff;"></p>
<h4><strong>ยี่ห้อรถ</strong>ที่ชอบบอกนิสัยเจ้าของ</h4>
<p> </p>
<p></span></p>
<p><img src="http://www.car4ur.com/uploads/106_20080723100230_.jpg" border="0" alt="" width="450" height="320" /><br />
<strong>ยี่ห้อรถ</strong>ที่คุณใช้อยู่ปัจจุบันนี้ บอกนิสัยของเจ้าของได้ดีเลยทีเดียวค่ะ ไม่เชื่อมาดูกันว่าแม่นหรือไม่แม่นค่ะ<br />
<strong>BMW</strong></p>
<p>      เป็นผู้อ่อนโยนอ่อนหวานแต่ลึกๆเปี่ยมไปด้วยเล่ห์กลต่างๆ มักจะมีนิสัยเจ้าชู้ประเภทปากว่าตาขยิบ แต่ถ้า หากรักใครซักคนก็จะรักแบบหัวปักหัวปำเลยแหละ</p>
<p>      ถ้าไม่ใช่เสี่ยมือเติบก้อหนุ่มขี้หลีโดยประมาณ เป็นคนมุ มานะสูง จะจีบสาวคนใดถ้ามุ่งมั่นไปแล้วก็จะจีบให้ได้ เป็นคนเซ็กส์จัด ชอบพูดจาตลกลามก แต่ดูอบอุ่น เมื่ออยู่ใกล้ๆ</p>
<p><strong>CITRONE</strong></p>
<p>      เป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง มักจะมองผู้หญิงที่มีอายุมากกว่าตัวเอง ยึดถือคติ ไวน์ยิ่งแก่ยิ่งรสดี แต่ไม่ชอบดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่</p>
<p>      มักจะมองคนลึกๆไม่มองเพียงภายนอก ถ้าจะคบผู้หญิงจะคบที่หัวใจเท่านั้น แต่เป็นคนที่ขี้เบื่อง่าย ทำอะไรจึงไม่ค่อยสำเร็จ</p>
<p><strong>MERCEDES &#8211; BENZ </strong></p>
<p>      ผู้ชายที่อบอุ่น มีแต่การให้ โดยที่ไม่หวังสิ่งตอบแทนมากนัก แต่ก็หวังไว้ลึกๆว่าจะได้ผลนั้นตอบแทน เป็น คนที่ไม่ค่อยพูด แต่เวลาพูดจะพูดไม่หยุด เวลาเมาจะชอบพูดๆๆ</p>
<p>      แล้วก้อพูดเกินความจำเป็น ลึกๆเป็นคน สุขุม เป็นประเภทที่ว่า แอบพกถุงยางอานามัยไว้ในกระเป๋า ในเก๊หน้ารถมียาคุมฉุกเฉิน มักจะเป็นคนที่ มองการไกล หวังถึงอนาคตข้างหน้ามากกว่าปัจจุบัน</p>
<p><strong>FERRARI </strong></p>
<p>      ราชัญแห่งม้าพยศ ไม่เกรงกลัวอำนาจใคร มักเป็นคนที่มีอำนาจใหญ่ แต่จะไม่เบ่งถ้าไม่จำเป็น เป็น ลูกเศรฐี หรือไม่ก็อาเสี่ยแก่ๆ ที่ออกมาจับสาวรุ่นราววัยคราวเดียวกับลูกตัวเอง</p>
<p>      เป็นคนที่พดจาเกรงใจคนอื่นแต่คำพูดแต่ละคำนั้นล้วนมีความหมาย จะเจ้าชู้แต่เวลาคบใคร จะคบทีละคน   </p>
<p><strong>LAMBORGHINI </strong></p>
<p>      เวลาขับ<strong>รถ</strong>จะไม่มองคันอื่น เพราะคิดว่าตัวเองเลิศที่สุดแล้ว มักจะมองผู้หญิงที่ฐานะต่ำกว่าตนเอง ไม่ ชอบอยู่ในกฏระเบียบ ออกจะเป็นผู้ใหญ่มากกว่าหนุ่มเฟอรารี่ แต่ส่วนมากจะนิสัยดีพูดจาไพเราะ การ วางตัวดูมีอำนาจ</p>
<p><strong>AUDI </strong></p>
<p>      เป็นคนที่พูดจากระโชกโฮกฮาก ไม่พอใจใครจะพูดออกไปตรงๆ รักครอบครัวเป็นที่สุด แต่จะแอบมีเล็กมี น้อยบ้าง แต่ส่วนมากเป็นคนปากกับใจไม่ตรงกัน ถึงจะพูดอีกอย่างก็ทำอีกอย่าง หรือเรียกง่ายๆ ชอบขู่ แต่ไม่ทำ</p>
<p><strong>CHEVROLET</strong></p>
<p>      เป็นคนที่ชอบใช้ชีวิตอยู่นอกบ้าน วันหยุดมักจะพาครอบครัวไปเที่ยว เป็นคนที่อบอุ่นยามอยู่ใกล้ ยามอยู่ ไกลก็จะคิดถึง ดูรวมๆแล้วจะเป็นคนเงียบๆ แต่จะเซ็กส์จัดเช่นเดียวกับหนุ่มBMW</p>
<p><strong>FORD</strong></p>
<p>     เป็นคนที่ไม่ค่อยมั่นใจในตนเอง แต่จะชอบพูดปิดบังเสมอ ถ้าไม่รู้จักใครมักจะไม่เปิดเผยตัวตนของตัว เอง เป็นคนที่ลึกลับ</p>
<p>       ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง ไม่ชอบให้ใครรบกวน จะไม่ตอบโต้ใคร แต่เมื่อจำ เป็นจะสวมบทโหดทันที เป็นหนุ่มที่ไม่มีรสนิยมในเซ็กส์นัก เพราะฉนั้นชีวิตเซ็กส์จึงดูจืดชืด</p>
<p><strong>TOYOTA</strong></p>
<p>      เป็นคนที่เจ้าชู้พอสมควร แต่จะมีความอดทนสูง ชอบดูถูกผู้อื่น แต่จะมีน้ำใจเมื่ออยู่บนถนน เป็นคนมักมาก โลภมาก แต่ไม่ชอบได้อะไรฟรีๆ ต้องการทำด้วยตนเอง ชอบพิสูจน์ตัวเองให้คนอื่นเห็น เป็นคนที่เปิด เผยมาก มีรสนิยมเซ็กส์พิสดาร</p>
<p><strong>HONDA</strong></p>
<p>      เป็นคนเจ้าระเบียบ เรื่องมากเป็นที่สุด ชอบยืนอยู่หน้ากระจกแล้วชมว่าตัวเองหล่อ ดูดี ชอบถามคนอื่น ว่าตัวเองเป็นอย่างไร ทำอะไรจะแคร์ความรู้สึกคนอื่นเสมอๆ แม้จะจุกจิก แต่ก็ซ่อนไว้ด้วยความอ่อน หวาน ชอบทำตัวเป็นผู้ใหญ่เกินตัว</p>
<p><strong>NISSAN</strong></p>
<p>     เป็นคนที่เย่อหยิ่ง พูดจาไม่เกรงใจคนอื่น ไม่แคร์ใคร แถมยังชอบนินทาคนอื่นลับหลัง ยามเมื่อต้องการ อะไรจะบอกตรงๆ แต่จะเป็นผู้ชายตรงๆที่ไม่อ้อมค้อม ลึกๆแล้วมักจะเป็นคนที่ชอบคิดมากเรื่องความรัก ไม่ค่อยมั่นใจในตนเอง</p>
<p><strong>MITSUBISHI</strong></p>
<p>     เป็นคนรักครอบครัวมากๆ ทำอะไรก็ต้องเอาครอบครัวไว้ก่อน เป็นคนขี้อายที่ชอบส่งยิ้มให้คนผ่านไปมา เป็นคนอารมณ์ดีเสมอ</p>
<p>     แต่เมื่อโกรธจะสุดๆ เกลียดการรังแกผู้อื่น จะสู้เมื่อจำเป็น ไม่ชอบใช้กำลัง จะ ชอบผู้หญิงที่เด็กกว่า แต่ถ้ารักใครจริงๆแล้ว จะไม่มีวันลืมคนนั้นเลย</p>
<p><strong>VOLVO</strong></p>
<p>     เป็นชายหนุ่มลึกลับผู้มีความสงบเสงี่ยมเจียมตัว ไม่ชอบให้ใครสรรเสิญยกย่อง ชอบความยุติธรรมชอบลง ทุนและรอกำไร เป็นคนที่ถามคำตอบคำพูดจาน้อย ไม่ชอบสบตาคน ขี้อาย แต่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ ลึกๆที่หวังกำไรระยะยาว</p>
<p><strong>VOLKSWAGEN</strong></p>
<p>     ชายหนุ่มสุดโรแมนติก ชอบอะไรแปลกๆ ที่ไม่ซ้ำใคร มีไลฟ์ไสตล์แบบไม่เหมือนใคร เป็นคนชอบความตื่น เต้น ไม่ชอบทำอะไรลำบากนัก</p>
<p>      มักจะเป็นคนขี้เกียด ไม่ค่อยพอใจในสิ่งที่ตนมี ได้คืบจะเอาศอก เป็นคน ปากแข็ง ที่ไม่ค่อยพูดหวานนัก แต่โดยรวมชอบทำตัวโรแมนติก </p>
<p>ที่มา  <a href="http://www.car4ur.com/article-61.php">http://www.car4ur.com/article-61.php</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สหฯเผยรถยึดลดส่งผลกระทบราคารถยนต์มือสองขยับจับมือไฟแนนซ์ตรึงราคาเปิดประมูลขายเชียงใหม่กว่า 200 คัน</title>
		<link>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%af%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%b6%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97.html?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25af%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259c%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2596%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b6%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25aa%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%259c%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%2597</link>
		<comments>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%af%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%b6%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 15 May 2010 09:02:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารยานยนต์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.haarod.com/article/?p=502</guid>
		<description><![CDATA[สหการประมูลเผยจำนวนรถที่ถูกยึดจากไฟแนนซ์เริ่มลดจำนวนลง ส่งผลกระทบต่อราคารถยนต์มือสองแพงมากขึ้น ชี้ลูกค้าแข่งซื้อทำให้ราคาขยับเพิ่ม 5-10% ต่อคัน จับมือไฟแนนซ์ตรึงราคาขายมูลค่าหนี้ เปิดประมูลกว่า 200 คันที่เชียงใหม่ นางสาวเสาวลักษณ์ ชัยเดชสุริยะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหการประมูล จำกัด เปิดเผยถึงสถานการณ์ของตลาดรถยนต์มือสองในช่วงไตรมาสแรกของปี 2553 ว่า ธุรกิจประมูลมีการแข่งขันกันสูงมากในขณะที่รถยึดจากไฟแนนซ์ลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา สืบเนื่องจากสถาบันการเงินต่าง ๆ ได้เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น รวมทั้งยังได้ให้ความสำคัญกับนโยบายในการประนอมหนี้แทนมาตรการยึดรถมาขายทอดตลาด ทำให้จำนวนรถยนต์มือสองที่เป็นสินทรัพย์จากไฟแนนซ์นั้นไม่มากเหมือนกับช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่ปัจจัยดังกล่าวก็ไม่ใช่ปัญหาที่กระทบต่อธุรกิจประมูลมากนัก เนื่องจากยังมีสินค้าประเภทอื่น ๆ เข้ามาทดแทน เช่น รถบ้านที่เจ้าของต้องการขายเองซึ่งปัจจุบันนี้ให้ความสนใจส่งประมูลขายเพิ่มขึ้น แต่สัดส่วนก็ยังน้อยกว่ารถมือสองที่เป็นสินทรัพย์จากไฟแนนซ์ นอกจากนี้แล้วยังมีสินค้าประเภทรถจักรยานยนต์มือสองเข้ามาทดแทน “การลดจำนวนรถยนต์มือสองที่ถูกยึดจากสถาบันการเงินเชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อผู้ซื้อโดยตรง กล่าวคือเมื่อจำนวนสินค้ามีน้อยลง ก็จะทำให้ราคาแพงขึ้นตามกลไกลของตลาด ดังนั้น ในช่วงนี้ปัญหาดังกล่าวมีส่วนทำให้ลูกค้าต้องซื้อรถมือสองแพงขึ้นประมาณ 5-10% ต่อคัน เนื่องจากมีการแข่งราคาประมูลกันมากขึ้น ทั้งลูกค้าที่เป็นพ่อค้าและกลุ่มผู้ใช้รถยนต์มือสอง” นางสาวเสาวลักษณ์กล่าว และให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า บริษัทเชื่อมั่นว่าจำนวนรถยึดที่น้อยลงและราคาเพิ่มขึ้น ย่อมส่งผลกระทบต่อความต้องการซื้ออย่างแน่นอน จึงได้เร่งเจรจากับไฟแนนซ์ที่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ในการกำหนดราคาเริ่มต้นประมูลให้ต่ำลงเพื่อดึงดูดความสนใจจากลูกค้า โดยในวันที่ 26 พฤษภาคม 2553 นี้ ได้กำหนดให้มีการประมูลขายรถยนต์มือสองขึ้นที่ห้างสรรพสินค้าคาร์ฟูร์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สหการประมูลเผยจำนวนรถที่ถูกยึดจาก<strong>ไฟแนนซ์</strong>เริ่มลดจำนวนลง ส่งผลกระทบต่อราคา<strong>รถยนต์มือสอง</strong>แพงมากขึ้น ชี้ลูกค้าแข่งซื้อทำให้ราคาขยับเพิ่ม 5-10% ต่อคัน จับมือ<strong>ไฟแนนซ์</strong>ตรึงราคาขายมูลค่าหนี้ เปิดประมูลกว่า 200 คันที่เชียงใหม่</p>
<p>นางสาวเสาวลักษณ์ ชัยเดชสุริยะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหการประมูล จำกัด เปิดเผยถึงสถานการณ์ของ<strong>ตลาดรถยนต์</strong>มือสองในช่วงไตรมาสแรกของปี 2553 ว่า ธุรกิจประมูลมีการแข่งขันกันสูงมากในขณะที่รถยึดจากไฟแนนซ์ลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา สืบเนื่องจากสถาบันการเงินต่าง ๆ ได้เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น รวมทั้งยังได้ให้ความสำคัญกับนโยบายในการประนอมหนี้แทนมาตรการยึดรถมาขายทอดตลาด ทำให้จำนวนรถยนต์มือสองที่เป็นสินทรัพย์จาก<strong>ไฟแนนซ์</strong>นั้นไม่มากเหมือนกับช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่ปัจจัยดังกล่าวก็ไม่ใช่ปัญหาที่กระทบต่อธุรกิจประมูลมากนัก เนื่องจากยังมีสินค้าประเภทอื่น ๆ เข้ามาทดแทน เช่น รถบ้านที่เจ้าของต้องการขายเองซึ่งปัจจุบันนี้ให้ความสนใจส่งประมูลขายเพิ่มขึ้น แต่สัดส่วนก็ยังน้อยกว่า<strong>รถมือสอง</strong>ที่เป็นสินทรัพย์จากไฟแนนซ์ นอกจากนี้แล้วยังมีสินค้าประเภท<strong>รถจักรยานยนต์</strong>มือสองเข้ามาทดแทน</p>
<p>“การลดจำนวน<em>รถยนต์มือสอง</em>ที่ถูกยึดจากสถาบันการเงินเชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อผู้ซื้อโดยตรง กล่าวคือเมื่อจำนวนสินค้ามีน้อยลง ก็จะทำให้ราคาแพงขึ้นตามกลไกลของตลาด ดังนั้น ในช่วงนี้ปัญหาดังกล่าวมีส่วนทำให้ลูกค้าต้อง<strong>ซื้อรถมือสอง</strong>แพงขึ้นประมาณ 5-10% ต่อคัน เนื่องจากมีการแข่งราคาประมูลกันมากขึ้น ทั้งลูกค้าที่เป็นพ่อค้าและกลุ่มผู้ใช้<em>รถยนต์มือสอง</em>” นางสาวเสาวลักษณ์กล่าว และให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า บริษัทเชื่อมั่นว่าจำนวนรถยึดที่น้อยลงและราคาเพิ่มขึ้น ย่อมส่งผลกระทบต่อความต้องการซื้ออย่างแน่นอน จึงได้เร่งเจรจากับไฟแนนซ์ที่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ในการกำหนดราคาเริ่มต้นประมูลให้ต่ำลงเพื่อดึงดูดความสนใจจากลูกค้า โดยในวันที่ 26 พฤษภาคม 2553 นี้ ได้กำหนดให้มีการประมูลขาย<strong>รถยนต์มือสอง</strong>ขึ้นที่ห้างสรรพสินค้าคาร์ฟูร์ จังหวัดเชียงใหม่กว่า 200 คัน โดยมาตรการในการตรึงราคาขายให้ต่ำกว่าท้องตลาดนี้น่าจะใช้ได้กับการขายในรูปแบบการประมูลเท่านั้น เนื่องจาก<strong>รถยนต์</strong>มือสองที่ถูกยึดนั้นไฟแนนซ์ส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการผลกำไรจากการขายมากนัก แต่ต้องการขายให้คุ้มกับมูลค่าหนี้เท่านั้น</p>
<p>สำหรับผู้ที่สนใจร่วมประมูลซื้อที่จังหวัดเชียงใหม่ในวันที่ 26 นี้ สามารถขอรายการรถยนต์หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โทรศัพท์ 0-2934-7344-8<br />
ที่มา http://www.ryt9.com/s/prg/898739</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%af%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%b6%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สหฯ ชี้อีโคคาร์ไม่กระทบรถมือสอง</title>
		<link>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%af-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%9a.html?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25af-%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%258c%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%259a</link>
		<comments>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%af-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%9a.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 15 May 2010 08:40:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสารยานยนต์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.haarod.com/article/?p=498</guid>
		<description><![CDATA[สหการประมูลไม่หวั่นตลาดรถยนต์ขนาดเล็กตีตลาดมือสอง เผยอีโคคาร์เจาะลูกค้าคนละกลุ่ม มั่นใจรถยนต์มือสองตอบสนองความต้องการได้มากกว่า ชี้ยังมีปัจจัยบวกสนับสนุนตลาดประมูลเติบโตต่อเนื่องทั้งปี น.ส.เสาวลักษณ์ ชัยเดชสุริยะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหการประมูล จำกัด เปิดเผยว่า จากกระแสการเปิดตลาดของรถยนต์ขนาดเล็กในช่วงที่ผ่านมา และได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นอย่างมากในงานมอเตอร์โชว์ แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความสนใจกับรถยนต์นั่งขนาดเล็กเป็นพิเศษ เนื่องจากราคาประหยัด ทั้งราคาขายที่ง่ายต่อการตัดสินใจซื้อ รวมทั้งจุดเด่นด้านการประหยัดพลังงาน แต่เชื่อว่าการทยอยเปิดตัวรถยนต์ขนาดเล็กจากค่ายรถยนต์ต่างๆ ไม่น่าจะกระทบต่อตลาดรถยนต์มือสองมากนัก เนื่องจากความพยายามในการออกแบบรถให้มีราคาจูงใจผู้ซื้อจะทำให้ลูกค้าได้รถยนต์ขนาดเล็กซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า โดยเฉพาะหากพิจารณาจากวัตถุประสงค์ของการใช้งานเชื่อว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคงต้องการซื้อรถยนต์ที่สามารถครอบคลุมการใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น การตอบสนองเรื่องความสะดวกสบาย ความหรูหรา หรือแม้แต่เรื่องความสามารถในการโดยสาร ฯลฯ ปัจจัยเหล่านี้ยังคงสนับสนุนให้ตลาดรถยนต์มือสองยังมีโอกาสในการทำตลาดต่อไป หากเปรียบเทียบราคาระหว่างรถยนต์ขนาดเล็กราคาเริ่มต้นประมาณ 4 แสนบาท งบประมาณดังกล่าวลูกค้าสามารถซื้อรถยนต์มือสองในสภาพที่ใกล้เคียงรถยนต์ใหม่ มีขนาดเครื่องยนต์ที่แรงกว่า และสมรรถนะในการใช้งานน่าจะตอบโจทย์ได้ดีกว่าตลาดดังกล่าว นี่คือเหตุผลที่จะทำให้ตลาดรถยนต์มือสองยังอยู่ในความสนใจของลูกค้าตลอดไป ที่มา http://www.ryt9.com]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สหการประมูลไม่หวั่น<strong>ตลาดรถยนต์</strong>ขนาดเล็กตี<em>ตลาดมือสอง </em>เผยอีโคคาร์เจาะลูกค้าคนละกลุ่ม มั่นใจรถยนต์มือสองตอบสนองความต้องการได้มากกว่า ชี้ยังมีปัจจัยบวกสนับสนุนตลาดประมูลเติบโตต่อเนื่องทั้งปี</p>
<p>น.ส.เสาวลักษณ์ ชัยเดชสุริยะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหการประมูล จำกัด เปิดเผยว่า จากกระแสการเปิดตลาดของ<strong>รถยนต์</strong>ขนาดเล็กในช่วงที่ผ่านมา และได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นอย่างมากในงานมอเตอร์โชว์ แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความสนใจกับ<strong>รถยนต์</strong>นั่งขนาดเล็กเป็นพิเศษ เนื่องจากราคาประหยัด ทั้งราคาขายที่ง่ายต่อการตัดสินใจซื้อ รวมทั้งจุดเด่นด้านการประหยัดพลังงาน แต่เชื่อว่าการทยอยเปิดตัว<em>รถยนต์</em>ขนาดเล็กจาก<strong>ค่ายรถยนต์</strong>ต่างๆ ไม่น่าจะกระทบต่อ<strong>ตลาดรถ</strong>ยนต์มือสองมากนัก เนื่องจากความพยายามในการออกแบบรถให้มีราคาจูงใจผู้ซื้อจะทำให้ลูกค้าได้รถยนต์ขนาดเล็กซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า โดยเฉพาะหากพิจารณาจากวัตถุประสงค์ของการใช้งานเชื่อว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคงต้องการ<strong>ซื้อรถยนต์</strong>ที่สามารถครอบคลุมการใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น การตอบสนองเรื่องความสะดวกสบาย ความหรูหรา หรือแม้แต่เรื่องความสามารถในการโดยสาร ฯลฯ ปัจจัยเหล่านี้ยังคงสนับสนุนให้<strong>ตลาดรถยนต์</strong>มือสองยังมีโอกาสในการทำตลาดต่อไป<br />
หากเปรียบเทียบราคาระหว่าง<em>รถยนต์</em>ขนาดเล็กราคาเริ่มต้นประมาณ 4 แสนบาท งบประมาณดังกล่าวลูกค้าสามารถซื้อ<strong>รถยนต์มือสอง</strong>ในสภาพที่ใกล้เคียง<strong>รถยนต์ใหม่ </strong>มีขนาด<strong>เครื่องยนต์</strong>ที่แรงกว่า และสมรรถนะในการใช้งานน่าจะตอบโจทย์ได้ดีกว่าตลาดดังกล่าว นี่คือเหตุผลที่จะทำให้ตลาด<strong>รถยนต์มือสอง</strong>ยังอยู่ในความสนใจของลูกค้าตลอดไป</p>
<p>ที่มา http://www.ryt9.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%af-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%9a.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กฏเหล็กในการซื้อรถมือสอง</title>
		<link>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%81%e0%b8%8f%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%aa.html?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%258f%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a5%25e0%25b9%2587%25e0%25b8%2581%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%258b%25e0%25b8%25b7%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2596%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25aa</link>
		<comments>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%81%e0%b8%8f%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%aa.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 14 May 2010 09:51:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.haarod.com/article/?p=496</guid>
		<description><![CDATA[1. สุมดประวัติประจำรถ มักไม่ค่อยมี เพราะเจ้าของรถไม่พิถีพิถัน แต่ถ้ามีก็ต้องถือว่ายอดเยี่ยม เพราะสมุดประวัติประจำรถทำให้รู้ว่าเขาตรวจซ่อมอะไรมาบ้าง ตรวจทุกระยะประจำหรือเปล่า 2. เจ้าของรถ คุณควรดูเจ้าของรถคันเดิมว่าเขาเป็นใครใช้รถอย่างไรดูแลรถหรือไม่ มีคนกล่าวว่า ไม่ควรซื้อรถต่อจากวัยรุ่น ผู้หญิง และคนชรา เพราะว่าทั้งสามประเภทนี้ ใช้รถอย่างเดียวไม่ค่อยดูแลรถที่ใช้อยู่ 3. มือที่เท่าไหร่ ก็คือรถคันนี้มีคนเป็นเจ้าของมามากน้อยเพียงใด ถ้าผ่านมาแล้วหลายมือก็ควรไม่ซื้อ เพราะรถอาจจะมีปัญหาได้ 4. ตัวเลขระยะทางการใช้รถ ในการซื้อรถคุณควรดูเลขตัวไมล์โดยปกติการใช้รถไม่ควรจะมากกว่าสามหมื่นกิโลเมตรต่อปี หากมากไปกว่านี้ถือว่ามากอาจทำให้เครื่องยนต์ที่ใช้งานหนัก 5. สภาพภายใน หมายถีงเบาะนั่ง ระบบไฟฟ้าต่างๆ ต้องใช้ได้ อย่างไรก็ตาม สภาพดีมาก ดีน้อย ย่อมแล้วแต่ผู้ใช้และการดูแลรักษา 6. สภาพภายนอก ควรดูสภาพตัวถังมีผุพัง สีถลอกปอกเปิก กันชนบุบ ตัวถังงอ ประตูตก บ้างหรือไม่ 7. ทำสีมาหรือเปล่า รถที่ต้องทำสีใหม่ คือ รถที่เก่ามากอายุควรจะเกิน 15 ปีขี้นไป หากทำสีก่อนหน้านั้นก็เท่ากับว่ารถไม่ได้รับการดูแล ในการทดสอบว่าไปทำสีมาหรือเปล่า ก็ลองเคาะเบาๆ ด้วยสันมือ ถ้าเสียงโปร่งก็สีเดิม ถ้าเสียงทึบบ้างโปร่งบ้าง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>       1. สุมดประวัติประจำรถ<br />
      มักไม่ค่อยมี เพราะเจ้าของรถไม่พิถีพิถัน แต่ถ้ามีก็ต้องถือว่ายอดเยี่ยม เพราะสมุดประวัติประจำรถทำให้รู้ว่าเขาตรวจซ่อมอะไรมาบ้าง ตรวจทุกระยะประจำหรือเปล่า </p>
<p>       2. เจ้าของรถ<br />
      คุณควรดูเจ้าของรถคันเดิมว่าเขาเป็นใครใช้รถอย่างไรดูแลรถหรือไม่ มีคนกล่าวว่า ไม่ควร<strong>ซื้อรถ</strong>ต่อจากวัยรุ่น ผู้หญิง และคนชรา เพราะว่าทั้งสามประเภทนี้ ใช้รถอย่างเดียวไม่ค่อยดูแลรถที่ใช้อยู่ </p>
<p>       3. มือที่เท่าไหร่<br />
      ก็คือรถคันนี้มีคนเป็นเจ้าของมามากน้อยเพียงใด ถ้าผ่านมาแล้วหลายมือก็ควรไม่ซื้อ เพราะรถอาจจะมีปัญหาได้<br />
       4. ตัวเลขระยะทางการใช้รถ<br />
      ในการ<strong>ซื้อรถ</strong>คุณควรดูเลขตัวไมล์โดยปกติการใช้รถไม่ควรจะมากกว่าสามหมื่นกิโลเมตรต่อปี หากมากไปกว่านี้ถือว่ามากอาจทำให้เครื่องยนต์ที่ใช้งานหนัก </p>
<p>       5. สภาพภายใน<br />
      หมายถีงเบาะนั่ง ระบบไฟฟ้าต่างๆ ต้องใช้ได้ อย่างไรก็ตาม สภาพดีมาก ดีน้อย ย่อมแล้วแต่ผู้ใช้และการดูแลรักษา </p>
<p>       6. สภาพภายนอก<br />
      ควรดูสภาพตัวถังมีผุพัง สีถลอกปอกเปิก กันชนบุบ ตัวถังงอ ประตูตก บ้างหรือไม่ </p>
<p>       7. ทำสีมาหรือเปล่า<br />
      รถที่ต้องทำสีใหม่ คือ รถที่เก่ามากอายุควรจะเกิน 15 ปีขี้นไป หากทำสีก่อนหน้านั้นก็เท่ากับว่ารถไม่ได้รับการดูแล ในการทดสอบว่าไปทำสีมาหรือเปล่า ก็ลองเคาะเบาๆ ด้วยสันมือ ถ้าเสียงโปร่งก็สีเดิม ถ้าเสียงทึบบ้างโปร่งบ้าง ก็ทำบางส่วน ถ้าทึบหมดก็ทำทั้งคันรถทำสีใหม่สีจะไม่ทน อาจซีด หรือด้านหรือโปร่ง ภายในสองสามปีเป็นอย่างมาก </p>
<p>       8. ประวัติรถ<br />
      หากสามารถรู้ประวัติการใช้รถของเจ้าของเดิมมาบ้างก็จะดี เพราะจะได้รู้ว่าเจ้าของรถคนเก่าเคยนำรถไปใช้อย่างไร เช่น ไปชนคนตายมาก่อนหรือเปล่า เคยนำรถไปใช้ทำในสิ่งที่ผิดกฎหมายหรือเปล่า เคยประสบอุบัติเหตุร้ายแรงจนน่ากลัวหรือเปล่า ส่งเหล่านี้เราต้องสืบหาเอาเอง </p>
<p>       9. <strong>ซื้อรถ</strong>จากเจ้าของดีกว่าซื้อจาก<em>เต้นท์รถ</em>หรือพ่อค้าคนกลาง<br />
      ถ้า<strong>ซื้อรถ</strong>จากพ่อคนกลาง พ่อค้าคนกลางอาจโอนเป็นชื่อของตนเองหรือโอนลอยไว้ พวกนี้จะเอาของดีๆ ออกจากตัวรถก่อนจะขาย ก็ได้ เช่น เครื่องเสียง อุปกรณ์ความปลอดภัย อุปกรณ์ประกอบรถอื่นๆ ที่พอจะนำไปขายแยกได้ ส่วนเต๊นท์รถนั้นก็คือพ่อค้าคนกลางเหมือนกันแต่เจ้าเล่ห์มากกว่า และมักจะขายราคาแพงกว่าท้องตลาดประมาณ 25,000-50,000 บาทต่อคัน เวลาจะซื้อรถคุณควรดูให้มั่นใจเสียก่อน ก่อนจะตัดสินใจซื้อ </p>
<p>       10. หากซื้อรถจากเต้นท์จะต้องนำรถออกทันที<br />
      คุณอย่าไปวางเงินแล้ววางใจ ไม่อย่างนั้น เครื่องเสียง ล้อแม็กซ์ ยาง <strong>เครื่องยนต์ </strong>และอื่น ของคุณอาจจะถูกเปลี่ยนไป โดยที่คุณเองก็อาจทำอะไรก็ไม่ได้ </p>
<p>       11. ต้องรีบโอนรถให้เรียบร้อย<br />
      ถ้าคุณซื้อรถจากเจ้าของแล้วควรนำรถออกทันที แต่ถ้า<strong>ซื้อรถจากเต๊นท์</strong>จะต้องทำสัญญาซื้อขายให้ดี ขอใบเสร็จรับเงินให้เรียบร้อย ถ้านัดไปโอนทะเบียบภายหลังจะต้องกำหนดเวลาการโอนในสัญญาซื้อขายอย่างแน่นอน<br />
ที่มา http://www.buydee.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%81%e0%b8%8f%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%aa.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องของกรอบป้ายทะเบียนรถยนต์</title>
		<link>http://www.haarod.com/article/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5.html?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b7%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%259b%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b0%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25b5</link>
		<comments>http://www.haarod.com/article/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 14 May 2010 09:08:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.haarod.com/article/?p=491</guid>
		<description><![CDATA[รถยนต์ทุกคันไม่ว่าจะเป็นประเภทไหน  อย่างไรจะต้องมีการขึ้นทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกเพื่อให้ถูกต้องตามกฏหมายพร้อมมีการติดตั้งทะเบียน   ซึ่งป้ายทะเบียนถือว่าเป็นทรัพย์สินของทางราชการ  ดังนั้น ห้ามทำการใดๆ  ในการยึดป้ายทะเบียน  จะต้องเป็นไปตามที่ใด้กำหนดไว้เพียงแต่ว่าจะยึดติดอย่างไรเท่านั้น  ส่วนใหญ่ในปัจจุบันตามเส้นทางต่างๆจะพบว่าใช้กรอบป้ายทะเบียนทั้งสิ้น  น้อยมากที่จะเห็นว่ามีการเจาะรูพร้อมกับการยึดน๊อตการกระทำเช่นนี้ถือว่าไม่ผิด    แต่จะต้องเห็นตัวหนังสือครบทุกตัว   และชัดเจนถือว่าใช้ได้    แผ่นป้ายทะเบียนห้ามกระทำการใดๆลงไป  เช่น  สติกเกอร์ ,ทาสี  , เขียนด้วยปากกาและอื่นๆ รวมถึงกรอบป้ายทะเบียนด้วย  แต่สำหรับป้ายทะเบียน     พิเศษที่เป็นลวดลายที่ออกโดยกรมการขนส่งทางบก ถือว่าไม่ผิดกฎหมายแต่อย่างใดครับ  ดังนั้นท่านเจ้าของรถยนต์ควรกระทำตามที่ได้ระบุไว้   มิฉะนั้นอาจถูกเจ้าหน้าที่เรียกจับ-ปรับได้ครับ              มาถึงในเรื่องของกรอบป้ายทะเบียนกันนะครับ  กรอบป้ายทะเบียนมีด้วยกันหลายชนิด  หลายประเภท  หลายวัสดุแต่ในการนี้จะขอกล่าวถึงการคำนึงการที่จะเลือกใช้ชนิดของกรอบป้ายทะเบียน  มาดูสิว่าอย่างไหนน่าใช้กว่ากันและจะเหมาะสมกับรถยนต์มากน้อยแค่ไหน               กรอบป้ายทะเบียนที่เป็นโครเมี่ยม กรอบป้ายทะเบียนประเภทนี้มีความเงางามเห็นแล้วเด่นชัด  ดูดีมีราคา  หรูหรา ทำให้เกิดความสวยงาม  การยึดติดเข้ากับตัวรถจะต้องยึดแผ่นตัวรองของกรอบป้ายทะเบียนก่อนแล้วใส่ป้ายทะเบียนเหมือนกรอบป้ายทะเบียนทั่วไป  จากนั้นก็ประกบด้วยกรอบป้ายทะเบียนด้านนอกอีกครั้ง   บางรุ่นกรอบป้ายทะเบียนโครเมี่ยมเมื่อยึดติดแล้วจะไม่แน่นพอเวลารถวิ่งอาจเกิดเสียงดังแน่นอน  การยึดกรอบป้ายด้านนอกด้วยน๊อตตัวเล็กๆจะมีโอกาศหายได้ง่าย  สุดท้ายป้ายทะเบียนก็จะหลุดหายได้อีก  สังเกตเห็นได้ตามรถซาเล้งหรือร้านทำป้ายทะเบียนทั่วไปที่เห็นเป็นของแท้อีกด้วย  อันดับต่อมาในเรื่องของความร้อนหากมีการจอดรถตากแดด  จะมีความร้อนที่มากหากร่างกายไปโดนอาจเกิดปัญหาได้นอกจากนั้นความเงางามยังสะท้อนเมื่อยามกระทบกับแสงแดดเข้าหาผู้ร่วมใช้เส้นทางอื่น  อย่างนี้ก็มีอันตรายแฝงอยู่  ต่อมาวัสดุที่ใช้ทำมีคุณภาพที่ไม่ดีก็จะเกิดสนิมโดยง่ายลักษณะเช่นนี้อาจส่งผลถึงสีรถก็เป็นไปได้อีก  อันดับต่อมาอันนี้สำคัญในเรื่องของความปลอดภัย  คือ  หากมีการล้างรถยนต์ด้วยตนเองมีการฉีดน้ำล้างด้วยโฟมหรือน้ำยาทำความสะอาดอื่นจะต้องมีการลูบเช็ดรอบคันจังหวะนี้แหละครับ  บริเวณกรอบป้ายทะเบียนตามขอบจะมีความคมมาก  ขนาดผ้าหรือแม้กระทั่งฟองน้ำยังฉีกขาดเลยไฉนเลยเนื้อมนุษย์จะไม่เสียหาย  ตรงนี้ขอให้ระวังให้มากๆ ( ว่างๆลองถามพนักงานที่ล้างอัดฉีดดูก็ได้ครับ ) ควรมิควรแล้วแต่เจ้าของรถเลือกใช้กันนะครับ   กรอบป้ายทะเบียนแบบพลาสติก  กรอบป้ายทะเบียนประเภทนี้  มีน้ำหนักที่เบา , ไม่สะท้อนแสง , ไม่เป็นสนิม , บริเวณขอบป้ายแทบจะไม่มีความคมเลย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>รถยนต์</strong>ทุกคันไม่ว่าจะเป็นประเภทไหน  อย่างไรจะต้องมีการขึ้นทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกเพื่อให้ถูกต้องตามกฏหมายพร้อมมีการติดตั้งทะเบียน   ซึ่งป้ายทะเบียนถือว่าเป็นทรัพย์สินของทางราชการ  ดังนั้น ห้ามทำการใดๆ  ในการยึดป้ายทะเบียน  จะต้องเป็นไปตามที่ใด้กำหนดไว้เพียงแต่ว่าจะยึดติดอย่างไรเท่านั้น </p>
<p>ส่วนใหญ่ในปัจจุบันตามเส้นทางต่างๆจะพบว่าใช้กรอบ<strong>ป้ายทะเบียน</strong>ทั้งสิ้น  น้อยมากที่จะเห็นว่ามีการเจาะรูพร้อมกับการยึดน๊อตการกระทำเช่นนี้ถือว่าไม่ผิด    แต่จะต้องเห็นตัวหนังสือครบทุกตัว   และชัดเจนถือว่าใช้ได้    แผ่นป้ายทะเบียนห้ามกระทำการใดๆลงไป  เช่น  สติกเกอร์ ,ทาสี  , เขียนด้วยปากกาและอื่นๆ รวมถึงกรอบป้ายทะเบียนด้วย  แต่สำหรับป้ายทะเบียน     พิเศษที่เป็นลวดลายที่ออกโดยกรมการขนส่งทางบก ถือว่าไม่ผิดกฎหมายแต่อย่างใดครับ  ดังนั้นท่านเจ้าของรถยนต์ควรกระทำตามที่ได้ระบุไว้   มิฉะนั้นอาจถูกเจ้าหน้าที่เรียกจับ-ปรับได้ครับ             </p>
<p>มาถึงในเรื่องของกรอบป้ายทะเบียนกันนะครับ  กรอบป้ายทะเบียนมีด้วยกันหลายชนิด  หลายประเภท  หลายวัสดุแต่ในการนี้จะขอกล่าวถึงการคำนึงการที่จะเลือกใช้ชนิดของกรอบป้ายทะเบียน  มาดูสิว่าอย่างไหนน่าใช้กว่ากันและจะเหมาะสมกับรถยนต์มากน้อยแค่ไหน         <span id="more-491"></span>    </p>
<p><span style="color: #993300;"> <span style="font-size: medium;">กรอบป้ายทะเบียนที่เป็นโครเมี่ยม</span></span></p>
<p>กรอบป้ายทะเบียนประเภทนี้มีความเงางามเห็นแล้วเด่นชัด  ดูดีมีราคา  หรูหรา ทำให้เกิดความสวยงาม  การยึดติดเข้ากับตัวรถจะต้องยึดแผ่นตัวรองของกรอบป้ายทะเบียนก่อนแล้วใส่ป้ายทะเบียนเหมือนกรอบป้ายทะเบียนทั่วไป  จากนั้นก็ประกบด้วยกรอบป้ายทะเบียนด้านนอกอีกครั้ง   บางรุ่นกรอบป้ายทะเบียนโครเมี่ยมเมื่อยึดติดแล้วจะไม่แน่นพอเวลารถวิ่งอาจเกิดเสียงดังแน่นอน  การยึดกรอบป้ายด้านนอกด้วยน๊อตตัวเล็กๆจะมีโอกาศหายได้ง่าย  สุดท้ายป้ายทะเบียนก็จะหลุดหายได้อีก  สังเกตเห็นได้ตามรถซาเล้งหรือร้านทำป้ายทะเบียนทั่วไปที่เห็นเป็นของแท้อีกด้วย </p>
<p>อันดับต่อมาในเรื่องของความร้อนหากมีการจอดรถตากแดด  จะมีความร้อนที่มากหากร่างกายไปโดนอาจเกิดปัญหาได้นอกจากนั้นความเงางามยังสะท้อนเมื่อยามกระทบกับแสงแดดเข้าหาผู้ร่วมใช้เส้นทางอื่น  อย่างนี้ก็มีอันตรายแฝงอยู่ </p>
<p>ต่อมาวัสดุที่ใช้ทำมีคุณภาพที่ไม่ดีก็จะเกิดสนิมโดยง่ายลักษณะเช่นนี้อาจส่งผลถึงสีรถก็เป็นไปได้อีก  อันดับต่อมาอันนี้สำคัญในเรื่องของความปลอดภัย  คือ  หากมีการล้างรถยนต์ด้วยตนเองมีการฉีดน้ำล้างด้วยโฟมหรือน้ำยาทำความสะอาดอื่นจะต้องมีการลูบเช็ดรอบคันจังหวะนี้แหละครับ  บริเวณกรอบป้ายทะเบียนตามขอบจะมีความคมมาก  ขนาดผ้าหรือแม้กระทั่งฟองน้ำยังฉีกขาดเลยไฉนเลยเนื้อมนุษย์จะไม่เสียหาย  ตรงนี้ขอให้ระวังให้มากๆ ( ว่างๆลองถามพนักงานที่ล้างอัดฉีดดูก็ได้ครับ ) ควรมิควรแล้วแต่เจ้าของรถเลือกใช้กันนะครับ </p>
<p><span style="font-size: medium; color: #003366;"> กรอบป้ายทะเบียนแบบพลาสติก</span></p>
<p> กรอบป้ายทะเบียนประเภทนี้  มีน้ำหนักที่เบา , ไม่สะท้อนแสง , ไม่เป็นสนิม , บริเวณขอบป้ายแทบจะไม่มีความคมเลย การถอดใส่ป้ายทะเบียนก็ง่าย( รุ่นใหม่จะใช้มือ ) และเป็นที่นิยมอย่างมากขณะนี้เรื่องของสีก็มีให้เลือกมากมายเพื่อให้เข้ากับรถยนต์ของท่านได้เป็นอย่างดี ( ดูแล้วสวย ) หากทำความสะอาดรถ ก็ไม่บาดมือ นั่นก็หมายความว่ามีความปลอดภัยมากขึ้น ทางด้านราคาจำหน่ายก็เหมาะสมซึ่งหาซื้อได้ทั่วไปเหมือนกับกรอบป้ายทะเบียนทั่วไปครับ        </p>
<p>ดังนั้น การเลือกใช้กรอบป้ายทะเบียนไม่ว่าประเภทไหนขอให้ถูกต้องตามกฎหมายกันนะครับหากไม่ใช้ก็ขอให้ติดตั้งอย่างถูกต้องกันด้วยนะครับ  เพื่อสังคมไทยทีดีมีความสุขกันครับผม       </p>
<p>ที่มา  <a href="http://www.phithan-toyota.com">http://www.phithan-toyota.com</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.haarod.com/article/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รถบ้านเห็นเจ้าของ คืออะไร</title>
		<link>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0.html?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2596%25e0%25b8%259a%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25ab%25e0%25b9%2587%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2588%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587-%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b0</link>
		<comments>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 14 May 2010 08:04:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.haarod.com/article/?p=486</guid>
		<description><![CDATA[ก่อนอื่นทางทีมงาน มอเตอร์ทูมาร์เก็ต คงต้องขออธิบายก่อนนะครับ ว่า รถบ้านคืออะไร ทำไมบางท่านจึงนิยมรถบ้านมากเป็นพิเศษ ปกติแล้วการซื้อขายรถมือสองนั้น หลักๆแล้วจะมีการซื้อขาย อยู่ 2 ประเภท คือ ซื้อขายผ่านคนกลางหรือไม่ใช่โดยตรงกับผู้ใช้ เช่น รถประมูล รถเต็นท์ รถไฟแนนซ์ และอื่นๆ อีกประเภทคือการซื้อขายโดยตรงกับผู้ใช้รถ หรือ รถบ้าน ซึ่งรถบ้านตรงนี้ จะมีข้อดีก็คือ การซื้อขายจะได้คุยกับเจ้าของรถโดยตรง จะรู้ว่ารถเป็นยังไง ขับมาเป็นยังไงบ้าง ปัญหาที่เกิดขึ้น และอื่นๆ ซึ่งทำให้ผู้ซื้อได้ข้อมูลที่ชัดเจนและตรงกว่า แต่ก็มีข้อเสียอยุ่เช่นกัน ก็คือจะเป็นการขายตามสภาพ รถเป็นยังไงก็เป็นอย่างนั้น การซื้อขายไม่มีการรับประกันคุณภาพ และส่วนมากการซื้อขายแบบนี้ต้องใช้เวลานาน เหมาะกับคนไม่รีบร้อนซื้อ ไม่รีบร้อนขาย เนื่องจากในปัจจุบัน รถบ้านก็ยังมีความต้องการอยู่ในตลาด และได้มีกลุ่มคนจำนวนหนึ่ง คล้ายๆกับตัวแทนซื้อขายรถเพียงแต่ว่าไม่ได้ทำจริงจัง ทำเป็นลักษณะงานเสริม ซึ่งได้ซื้อรถมาขาย และใช้ชื่อว่า รถบ้านเช่นกัน ทำให้ผู้ซื้อหลายๆท่านเกิดความสับสน เพราะว่า รถบ้านชนิดนี้ ผู้ขายไม่ได้เป็นผู้ใช้รถจริง ไม่ได้รู้สภาพรถ จึงทำให้ไม่ได้ประโยชน์ของการซื้อขายแบบรถบ้าน ที่หมายถึงการซื้อขายตรงกับผู้ใช้ ทางทีมงานจึงมองเห็นว่าการกระทำเช่นนี้จะทำให้เกิดความสับสนกับผู้บริโภค ทางทีมงาน มอเตอร์ทูมาร์เก็ต จึงได้พัฒนาระบบใหม่ขึ้นมาชื่อว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ก่อนอื่นทางทีมงาน มอเตอร์ทูมาร์เก็ต คงต้องขออธิบายก่อนนะครับ ว่า รถบ้านคืออะไร ทำไมบางท่านจึงนิยมรถบ้านมากเป็นพิเศษ</p>
<p>ปกติแล้วการซื้อขาย<strong>รถมือสอง</strong>นั้น หลักๆแล้วจะมีการ<em>ซื้อขาย </em>อยู่ 2 ประเภท คือ ซื้อขายผ่านคนกลางหรือไม่ใช่โดยตรงกับผู้ใช้ เช่น รถประมูล <strong>รถเต็นท์ </strong>รถ<strong>ไฟแนนซ์</strong> และอื่นๆ อีกประเภทคือการซื้อขายโดยตรงกับผู้ใช้รถ หรือ <strong>รถบ้าน </strong>ซึ่ง<em>รถบ้าน</em>ตรงนี้ จะมีข้อดีก็คือ การซื้อขายจะได้คุยกับเจ้าของรถโดยตรง จะรู้ว่ารถเป็นยังไง ขับมาเป็นยังไงบ้าง ปัญหาที่เกิดขึ้น และอื่นๆ ซึ่งทำให้ผู้ซื้อได้ข้อมูลที่ชัดเจนและตรงกว่า แต่ก็มีข้อเสียอยุ่เช่นกัน ก็คือจะเป็น<strong>การขาย</strong>ตามสภาพ<strong> รถ</strong>เป็นยังไงก็เป็นอย่างนั้น การซื้อขายไม่มีการรับประกันคุณภาพ และส่วนมากการ<strong>ซื้อขาย</strong>แบบนี้ต้องใช้เวลานาน เหมาะกับคนไม่รีบร้อนซื้อ ไม่รีบร้อนขาย</p>
<p>เนื่องจากในปัจจุบัน <strong>รถบ้าน</strong>ก็ยังมีความต้องการอยู่ในตลาด และได้มีกลุ่มคนจำนวนหนึ่ง คล้ายๆกับตัวแทน<em>ซื้อขายรถ</em>เพียงแต่ว่าไม่ได้ทำจริงจัง ทำเป็นลักษณะงานเสริม ซึ่งได้ซื้อรถมาขาย และใช้ชื่อว่า <strong>รถบ้าน</strong>เช่นกัน ทำให้ผู้ซื้อหลายๆท่านเกิดความสับสน เพราะว่า รถบ้านชนิดนี้ ผู้ขายไม่ได้เป็นผู้ใช้รถจริง ไม่ได้รู้สภาพรถ จึงทำให้ไม่ได้ประโยชน์ของ<em>การซื้อขาย</em>แบบรถบ้าน ที่หมายถึงการซื้อขายตรงกับผู้ใช้ ทางทีมงานจึงมองเห็นว่าการกระทำเช่นนี้จะทำให้เกิดความสับสนกับผู้บริโภค ทางทีมงาน มอเตอร์ทูมาร์เก็ต จึงได้พัฒนาระบบใหม่ขึ้นมาชื่อว่า รถบ้านเห็นเจ้าของ Motor2market.com เพื่อให้แยกกันให้ชัดเจนระหว่าง รถบ้าน กับ รถที่ซื้อขายผ่านคนกลาง ให้คุณได้มั่นใจว่าได้ติดต่อกับรถบ้านจริงๆ ได้คุยกับเจ้าของรถจริงๆ<span id="more-486"></span></p>
<p>เพื่อให้ไม่เกิดความสับสนกับผู้บริโภค ทางเว็บ Motor2Market.com จึงได้พยายามสร้างความชัดเจนของรถบ้านขึ้นมา ซึ่งทางทีมงานได้นำจุดเด่นของ<strong>รถบ้าน</strong>ที่ชัดเจนที่สุดมาสร้างเป็น <strong>รถบ้าน</strong>เห็นเจ้าของ Motor2Market.com ก็คือ การแสดงตัวตนของเจ้าของรถจริงๆ ด้วยรูปข้อมูลส่วนบุคคล 3 รูปพิเศษ โดยทางทีมงานมอเตอร์ทูมาร์เก็ต จะเป็นผู้ที่เก็บข้อมูลทุกอย่างของรถคัน เช่น รูป<strong>รถยนต์ </strong>9 รูปเอง พร้อมทั้ง รูปพิเศษ 3 รูปซึ่งเป็นหลักฐานยืนยันว่า ผู้ขายรถเป็นเจ้าของรถจริงๆ ดังนี้</p>
<p>1 รูปถ่าย เจ้าของรถ ยืนคู่กับรถคันที่ขาย<br />
2 รูปถ่าย บัตรประชาชนของผู้ขาย และ <strong>เล่มทะเบียน</strong>ของรถคันนั้น ซึ่งจะทำให้ท่านได้ทราบว่า ชื่อผู้ขายในบัตรประชาชน จะต้องตรงกับในเล่มทะเบียน ซึ่งทำใหสามารถยืนยันได้ว่า ผู้ขายเป็นเจ้าของรถจริงๆ ( อาจมีข้อยกเว้นเช่น บิดา มารดาเป็นเจ้าของรถ หรือว่า รถบริษัทและอื่นๆ สามารถโทรสอบถามได้กับทางผู้ขาย)<br />
3 รูปถ่ายเพิ่มเติม เช่น Book Service หรือว่า กรมธรรพ์ประกัน<em>รถยนต์ </em>และอื่นๆ<br />
ท่านสามารถดูตัวอย่างได้ โดยคลิกที่นี่</p>
<p>ซึ่งในรูปข้อมูลส่วนบุคคลนี้ จะเป็นรูปที่เป็นหลักฐานเพียงพอให้ท่านได้พิสูจน์ได้ว่า ผู้ขายเป็นเจ้าของรถจริง และในเล่มทะเบียนยังบอกด้วยว่า รถคันนี้ติด<strong>ไฟแนนซ์</strong>หรือไม่ รถคันนี้ผู้ขายได้ใช้มานานแค่ใหนแล้ว และอื่นๆ<br />
และในส่วนของผู้ขายนั้น รูปข้อมูลส่วนบุคคลนี้ จะถูกป้องกันด้วยรหัสผ่าน หากมีผู้ใดต้องการจะดูรูปพิเศษ 3 รูปนี้ จะต้องโทรไปขอรหัสผ่านจากทางผู้ขายรถเท่านั้น พร้อมกันนั้นในรูปถ่าย จะมีการปิดข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายรถก่อนถ่ายเช่น รหัสบัตรประชาชน และอื่นๆ เพื่อปกป้องความเป็นส่วนบุคคลของผู้ขายอย่างสูงสุด ท่านสามารถดูตัวอย่างได้ โดยคลิกที่นี่<br />
การเลือกชมและ<strong>ซื้อรถบ้าน</strong>เห็นเจ้าของ โดยทางเว็บจะแบ่ง รถบ้านเห็นเจ้าของออกเป็น 3 หมวด คือ 1 ผู้ชายเป็นเจ้าของ ( ชายขับ) 2 ผู้หญิงเป็นเจ้าของ ( หญิงขับ) 3 เป็นรถบริษัท โดยจะมีโลโก้ดังนี้ ……. และจะมีอีกหนึ่งโลโก้ หมายถึงรวมรถบ้านเห็นเจ้าของทุกประเภท</p>
<p>ที่มา <a href="http://www.motor2market.com">http://www.motor2market.com</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.haarod.com/article/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

